การเดินทางในช่วงตั้งครรภ์
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านมักจะมีคำถามว่า จะสามารถเดินทาง ไปเที่ยว ไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ ได้หรือไม่ หรือถ้าไปได้จะสามารถเดินทางได้ช่วงไหน อายุครรภ์เท่าไหร่ เนื่องจากว่ากลัวจะกระทบกระเทือนกับลูกในท้อง
 
การเดินทางเพื่อไปเพื่อไปท่องเที่ยว หรือทำธุระ ในคุณแม่ตั้งครรภ์ปกติไม่ได้เป็นข้อห้าม อาจจะมีข้อจำกัดบ้างในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น มีเลือดออกทางช่องคลอด มีโรคประจำตัว มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ถ้าหากจะเดินทางก็ควรปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์อยู่ประจำก่อน ว่าสามารถเดินทางได้หรือไม่ หรือต้องรอให้อาการของภาวะแทรกซ้อนนั้นๆทุเลาลงก่อน
 
 
ข้อแนะนำสำหรับการเดินทางประเภทต่างๆ
 
1. รถยนต์ ขณะเดินทางควรคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ โดยให้เข็มขัดเส้นบนคาดอยู่ระหว่างเต้านม เข็มขัดเส้นร่างคาดใต้ท้องหรือที่บริเวณหน้าขา
 
2. รถจักรยานยนต์ ต้องใส่หมวกนิรภัย ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการลื่นล้ม การกระแทก เช่นถนนลื่น ช่วงที่มีฝนตก ช่องทางเดินรถที่ขรุขระเป็นหลุมบ่อ เมื่ออายุครรภ์ยิ่งมากขึ้นยิ่งต้องระมัดระวัง เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากขึ้น สรีระที่เปลี่ยนไปทำให้การทรงตัวลำบากมากขึ้น
 
3. เรือ ระมัดระวังการขึ้นลงเรือ การลื่นหกล้ม อาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืดเป็นลมจากการโคลงตัวของเรือ
 
4. เครื่องบิน โดยทั่วไปสายการบินจะอนุญาตให้ขึ้นเครื่องได้ ถึงประมาณ 7-8 เดือน บางสายการบินสามารถขึ้นเครื่องได้ถึง 36 สัปดาห์ การผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่สนามบินควรแจ้งกับเจ้าหน้าที่ที่ท่าอากาศยาน จะได้หลีกเลี่ยงผ่านทางช่องทางอื่นที่ไม่ได้รับคลื่นเอกซเรย์ ขณะอยู่บนเครื่องบินควรจะคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่นั่ง ขยับขาหรือลุกเดินบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ลดโอกาสในการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ ดื่มน้ำมากๆ เตรียมยาแก้แพ้แก้อาเจียนติดตัวไปด้วย
 
ควรมีใบรับรองแพทย์ว่าสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และจะไม่คลอดฉุกเฉินบนเครื่องบิน มิฉะนั้นอาจถูกระงับการเดินทางได้ และควรมีคนเดินทางไปเป็นเพื่อนเพื่อช่วยเหลือเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
 
 
ในกรณีที่จำเป็นต้องเดินทางไปไกล เช่นต่างจังหวัด ต่างประเทศ ควรมีการเตรียมการไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน เช่นเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด หรือมีภาวะที่อาจจะมีอันตรายกับเด็กในครรภ์ เตรียมแผนการรองรับไว้ว่าจะติดต่อหมอหรือโรงพยาบาลใกล้ๆ ได้อย่างไรบ้าง
 
 
กรณีที่ไม่ควรเดินทางหรือถ้าจะเดินทางควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่ก่อน
  • สตรีที่ตั้งครรภ์เด็กแฝด
  • สตรีที่ตั้งครรภ์มีประวัติเคยแท้งบุตร หรือคลอดก่อนกำหนด
  • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ซึ่งต้องมีการรักษาอยู่เป็นประจำ เช่นโรคหัวใจ หอบหืด
  • มีความเสี่ยงในการแท้งหรือ มีภาวะเลือดออกระหว่างตั้งครรภ์
  • มีภาวะครรภ์เป็นพิษ, โรคความดันโลหิตสูง
 
การเดินทางในช่วงตั้งครรภ์ไม่ได้เป็นข้อห้าม แต่ควรจะต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าปกติ เนื่องจาก สรีระร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่นความดันโลหิตต่ำลง มีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะได้ง่าย รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดอันตรายกับทารกน้อยในครรภ์ เช่นการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด เป็นต้น ดังนั้นก่อนเดินทางควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่ รวมทั้งมีการวางแผนเตรียมการไว้กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินด้วย