ภาวะครรภ์แฝด (multiple pregnancy)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
การตั้งครรภ์แฝด คือการตั้งครรภ์ที่มีทารกในครรภ์มากกว่า 1 คนขึ้นไป โดยที่การตั้งครรภ์แฝดสอง ( twin pregnancy ) พบได้บ่อยที่สุด ภาวะครรภ์แฝดในปัจจุบันพบได้มากขึ้น เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ จริงๆแล้วการตั้งครรภ์แฝดถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ จะมีความเสี่ยงมากขึ้น ยิ่งจำนวนทารกในครรภ์จำนวนมากขึ้น โอกาสที่เด็กจะมีปัญหา เช่นน้ำหนักตัวน้อย คลอดก่อนกำหนด เสียชีวิตในครรภ์ก็จะเพิ่มมากขึ้น
 
 
 
 
การตั้งครรภ์แฝด เกิดขึ้นได้อย่างไร
 
ครรภ์แฝดแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
 
1. การตั้งครรภ์แฝดจากไข่ใบเดียวกัน (momozygotic หรือ identical twins) เกิดจากการผสมกันของเชื้ออสุจิ 1 ตัวกับไข่ใบเดียว และมีการแบ่งแยกตัวของตัวอ่อน ทารกแฝดกลุ่มนี้จะมีลักษณะเหมือนกัน ทั้งเพศ หน้าตา รวมทั้งทารกที่มีร่างกายติดกัน หรือแฝดสยาม (conjoined twins) ซึ่งอาจจะมีส่วนของร่างกายติดกันเช่น ศีรษะ ลำตัว แขนขา ก็เป็นลักษณะหนึ่งของการตั้งครรภ์แฝดจากไข่ใบเดียวกัน
 
2. การตั้งครรภ์แฝดจากไข่คนละใบ (dizygotic หรือ fraternal twins) เป็นการตั้งครรภ์แฝดซึ่งเกิดจากการผสมกันของ อสุจิ 2 ตัวหรือมากกว่ากับไข่ 2 ใบหรือมากกว่า ทารกแฝดในกลุ่มนี้จะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน เพศก็อาจจะไม่เหมือนกัน ปัจจุบันพบทารกแฝดในกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ ซึ่งมีการกระตุ้นไข่ให้ได้หลายใบ หรือมีการใส่ตัวอ่อนมากกว่า 1 ตัวอ่อน
 
 
ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดครรภ์แฝด
 
1. กรรมพันธุ์ คู่สมรสที่มีประวัติครรภ์แฝดในครอบครัวจะมีโอกาสได้ลูกแฝดมากขึ้น
2. เชื้อชาติ จากข้อมูลทางสถิติ พบว่า ชนชาติแอฟริกันมีโอกาสเกิดครรภ์แฝดมากกว่าชนผิวขาว
3. อายุมารดา ที่มากกว่า 35 ปีมีโอกาสเกิดครรภ์แฝดมากขึ้น
4. การใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์
 
 
ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์แฝด
 
ส่วนใหญ่เมื่อคุณแม่รู้ว่าตนเองตั้งครรภ์แฝด จะรู้สึกดีใจ โชคดี เพราะท้องทีเดียวได้ลูก 2 คนเลย แต่ความจริงแล้วการตั้งครรภ์แฝดถือว่ามีความเสี่ยง มีภาวะแทรกซ้อน กว่าการตั้งครรภ์เดี่ยวหลายประการ ทั้งในช่วงระยะการตั้งครรภ์ การคลอด รวมทั้งระยะหลังคลอดด้วย
 
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น
1. มีอาการแพ้ท้อง เหนื่อย เพลียมากกว่าการตั้งครรภ์ปกติ
2. มีโอกาสแท้งบุตรมากขึ้น
3. มารดาจะมีภาวะขาดธาตุเหล็ก ขาดสารอาหารมากขึ้น เนื่องจากทารกมีการนำสารอาหารในร่างกายไปใช้มากกว่าปกติ
4. มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษมากกว่าปกติ
5. มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์เพิ่มมากขึ้น
6. คลอดก่อนกำหนด
7. น้ำหนักตัวของทารกในครรภ์น้อยกว่าปกติ
8. ภาวะรกเกาะต่ำ มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดมากขึ้น
9. โอกาสผ่าตัดคลอดบุตรมากขึ้น จากท่าหรือส่วนนำของทารกที่ไม่ปกติ
10. ทารกเจริญเติบโตไม่เท่ากัน มีการแย่งอาหารกัน
11. มีการถ่ายเทเลือดให้กัน (twin-to-twin transfusion syndrome) ทำให้ทารกคนหนึ่งขาดเลือด มีภาวะซีด ส่วนอีกคนหนึ่งได้เลือดมาเลี้ยงเยอะ หัวใจวายได้
12. สายสะดือพันกัน ทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์
13. ภาวะตกเลือดหลังคลอดมากขึ้น เนื่องจากตอนตั้งครรภ์มีการขยายตัวของมดลูกมากกว่าปกติ ทำให้หลังคลอดมดลูกหดตัวได้ไม่ดี
 
 
การดูแลภาวะครรภ์แฝด
 
- ควรรีบไปฝากครรภ์เมื่อทราบว่าตั้งครรภ์แฝด ซึ่งแพทย์จะนัดตรวจบ่อยกว่าปกติ เนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่าปกติ และเพื่อตรวจดูการเจริญเติบโตของเด็กว่าเป็นอย่างไร
 
- เรื่องของอาหารการกิน คุณแม่ครรภ์แฝดต้องเพิ่มปริมาณการรับประทานอาหารมากกว่าครรภ์ปกติ อาหารที่ให้พลังงานต้องเพิ่มจากปกติอย่างน้อย 200-300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ควรเป็นอาหารพวกเนื้อสัตว์ และลดส่วนของข้าว แป้งลง เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาอ้วนได้
 
- ยาบำรุงต่าง ๆ เช่น ธาตุเหล็กและโฟลิก แม่ที่ตั้งครรภ์แฝดต้องเพิ่มขนาดตามไปด้วย เช่น ยาธาตุเหล็กแทนที่จะรับประทานวันละเม็ด ก็อาจจะต้องรับประทานวันละ 2-3 เม็ด
 
 
ภาวะครรภ์แฝดถือว่าเป็นการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่ปกติ ต้องมีการตรวจดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทารกในครรภ์มีการเจริญเติบโตตามเกณฑ์หรือใกล้เคียงกับมาตรฐานรวมทั้งยังต้องคอยเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อทราบว่าตนเองมีการตั้งครรภ์แฝดก็ควรรีบปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ และกลุ่มที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้นก็คือกลุ่มคุณแม่ที่อยู่ในขบวนการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการมีลูก ซึ่งมีโอกาสเกิดครรภ์แฝดมากกว่าการตั้งครรภ์ทั่วไป