ภาวะประจำเดือนมาผิดปกติ (abnormal uterine bleeding)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
โดยทั่วไปประจำเดือนของสตรี จะมีปริมาณและระยะห่างของรอบประจำเดือนที่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล หนึ่งรอบของประจำเดือนปกติมีระยะเวลา 21-35 วัน การนับระยะห่างของรอบเดือน สามารถนับโดยการเริ่มนับวันแรกของการมีประจำเดือนเป็นวันที่หนึ่งของรอบเดือนจนถึงวันสุดท้ายก่อนมีประจำเดือนรอบใหม่ ระยะเวลาของการมีเลือดประจำเดือนปกติ คือ 3-7 วัน เลือดประจำเดือนที่ออกในแต่ละรอบมีปริมาณ 20-80 มิลลิลิตร และช่วงระหว่างรอบเดือนไม่ควรมีเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด
 
 
ประจำเดือนมาผิดปกติคืออะไร
 
ประจำเดือนผิดปกติพบได้ประมาณหนึ่งในสาม ในหญิงวัยเจริญพันธุ์ สามารถพบได้หลายรูปแบบ เช่น
 
• ประจำเดือนมามาก และ มีลิ่มเลือด มานานกว่า 7 วัน หรือระยะห่างของรอบเดือนน้อยกว่า 21 วัน
• ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ ระยะห่างของรอบประจำเดือนนานมากกว่า 35 วัน
• ประจำเดือนมามาก มานานกว่า 7 วัน ระยะห่างของรอบเดือนไม่สม่ำเสมอ
• ประจำเดือนมาปริมาณปกติ มีเลือดออกระหว่างรอบประจำเดือน
• ประจำเดือนหายไปมากกว่า 3-6 รอบเดือน
• เลือดออกจากช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน
 
 
สาเหตุของประจำเดือนมาผิดปกติ
 
สาเหตุของประจำเดือนมาผิดปกติมีหลายสาเหตุ เช่น
 
• ภาวะเครียด ความวิตกกังวล ทำให้ระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายผิดปกติ
• ในช่วงแรกของการมีประจำเดือน เช่นวัยรุ่น ระดับฮอร์โมนยังไม่สมดุล
น้ำหนักตัวที่เพิ่ม หรือลดเร็วผิดปกติ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายผิดปกติ
• การคุมกำเนิด ยาฮอร์โมนที่ใช้ในการคุมกำเนิด มีผลเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศในร่างกาย กดการทำงานของรังไข่ หรือมีผลต่อเยื่อบุโพรงมดลูก
• เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก มีผลต่อการบีบตัวของมดลูก ทำให้ประจำเดือนมามาก มานาน มาไม่หยุด มีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้
• ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก ทำให้มีเลือดออกกะปริดกะปรอยได้
• กลุ่มอาการถุงน้ำหลายใบในรังไข่ ทำให้มีลักษณะฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติ เกิดภาวะไม่ตกไข่ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ รอบเดือนมานานขึ้น
• การตั้งครรภ์ และภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ เช่น ภาวะแท้ง และการตั้งครรภ์นอกมดลูก
• สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้มีอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอด โดย เฉพาะในวัยหลังหมดประจำเดือน
• มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย อาการที่พบได้บ่อย คือ เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เลือดออกกะปริดกะปรอย เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ เลือดออกหลังวัยหมดประจำเดือน
• โรคทางอายุรกรมบางชนิด เช่น ต่อมใต้สมองผิดปกติ เนื้องอกต่อมใต้สมอง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ โรคทางเม็ดเลือด
 
 
ภาวะแทรกซ้อนจากประจำเดือนมาผิดปกติ
 
ภาวะซีด จากการเสียเลือดจำนวนมาก ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดภาวะช็อกได้ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ภาวะมีบุตรยากซึ่งเป็นผลที่ตามมาจากการไม่ตกไข่ หรือเนื้องอกมดลูกเป็นต้น
 
 
การวินิจฉัยหาสาเหตุ
 
จากการซักประวัติทั่วไป ประวัติประจำเดือน ประวัติการใช้ยาชนิดต่างๆ ตรวจร่างกาย การตรวจภายใน การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น
 
• ตรวจเม็ดเลือด เพื่อหาภาวะซีด ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ความผิดปกติของเม็ดเลือด
• ตรวจชิ้นเนื้อในเยื่อบุโพรงมดลูก หรือขูดมดลูก เพื่อตรวจเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูก ในกรณีที่สงสัยโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
• ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการสงสัยความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์ อาจพบได้ทั้งจากภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ หรือจากภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง
• ตรวจอัลตราซาวด์ ในอุ้งเชิงกราน เพื่อดูพยาธิสภาพของมดลูก โพรงมดลูก และรังไข่ เช่น เนื้องอกมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก และเนื้องอกรังไข่
• ส่องกล้องตรวจดูโพรงมดลูก เพื่อดูพยาธิสภาพในโพรงมดลูก เช่น เนื้องอก ติ่งเนื้อ พังผืดในโพรงมดลูก
 
 
การรักษาภาวะประจำเดือนมาผิดปกติ
 
การรักษาภาวะประจำเดือนผิดปกติ ขึ้นกับสาเหตุ อายุ ความต้องการมีบุตร โดยมีวิธีต่างๆ ดังนี้
1. การเฝ้าสังเกตอาการ และตรวจติดตามเป็นระยะ เช่น ในเด็กหญิงวัยรุ่น ช่วง 1-3 ปีแรกของการมีประจำเดือน มักเป็นตามกลไกปกติที่ประจำเดือนจะมาไม่สม่ำเสมอ จากการที่รังไข่ยังทำงานไม่สมดุล
2. การใช้ยา เช่นยาฮอร์โมน ยาคุม มักให้ในรายที่เป็นปัญหาจากการไม่ตกไข่ ฮอร์โมนทำงานผิดปกติชั่วคราว
3. ในรายที่ต้องการมีบุตร อาจจะมียาบางกลุ่มช่วย เช่นการทานยากระตุ้นไข่ในรายที่มีปัญหาไข่ไม่ตก
4. การขูดมดลูก ในกรณีที่มีเลือดออกมากไม่สามารถหยุดเลือดโดยการใช้ยา จำเป็นต้องใช้การขูดมดลูกเพื่อหยุดเลือด
5. การผ่าตัด ในผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
 
 
เมื่อมีภาวะประจำเดือนมาผิดปกติ ควรพบแพทย์เมื่อ
• มีประจำเดือนก่อนอายุ 7 ปี หรืออายุ 14 ปีแล้วยังไม่มีประจำเดือน
• ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือนานผิดปกติ มีลิ่มเลือดออก จนมีภาวะซีด หน้ามืด เวียนศีรษะ
• ประจำเดือนมาน้อย ระยะห่างระหว่างรอบเดือนมากกว่า 35 วัน
• มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน
• มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์
• มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังวัยหมดประจำเดือน