เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ (Learning disability)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 

เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ หรือเด็กแอลดี (learning disability : LD ) คือเด็กที่มีระดับสติปัญญาปกติ (IQ) แต่มีการทำงานของสมองบางส่วนผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปัญหาอย่างเด่นชัดด้านการเรียน เด็กจะมีความยากลำบากในการอ่าน การเขียน การสะกดคำ การคิดการคำนวณ การพูด การสื่อสาร การใช้ภาษา และการเคลื่อนไหว แต่ไม่รวมถึงเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ ซึ่งเกิดจากความบกพร่องด้านสายตา การได้ยิน ทางร่างกาย
 
จากการศึกษาพบว่าเด็กแอลดีมักจะมีความบกพร่องในกระบวนการจัดการข้อมูลของสมอง คือ โดยปกติข้อมูลต่างๆที่เราได้รับจากสิ่งแวดล้อมจะถูกส่งไปผสมผสานกันที่สมองเพื่อทำการจัดลำดับข้อมูลเป็นหมวดหมู่ แต่หากตัวรับข้อมูลในสมองมีความบกพร่องส่งผลให้เกิดปัญหาในการรับรู้ ทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมและอาการที่ผิดปกติ เช่น เด็กมองเห็นภาพกลับด้านกัน (เหมือนมองภาพผ่านกระจกเงา) จำภาพไม่ค่อยได้ ไม่สามารถแยกแยะความคล้ายกันของตัวอักษรได้ เช่น ก-ภ-ถ, b-d เป็นต้น
 
ดังนั้นเมื่อข้อมูลที่ได้มาไม่สมบูรณ์ก็จะส่งผลให้เด็กมีปัญหาในการประติดประต่อข้อมูล ทำให้เด็กเล่าเรื่องได้ไม่ดี เรียงลำดับเหตุการณ์ไม่ได้ และไม่สามารถสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะส่งผลให้เด็กอ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ในที่สุด
เด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ สามารถแบ่งปัญหาออกได้เป็นหลายด้าน
 
- ปัญหาด้านการอ่าน เด็กจะมีความยากลำบากในการแปลความหมายของคำพูดและการอ่าน จำตัวอักษรไม่ได้ แยกแยะตัวอักษรที่คล้ายกันไม่ได้ สะกดคำไม่ได้ แต่เด็กจะสามารถเข้าใจได้ถ้ามีคนอ่านให้ฟัง
 
- ปัญหาด้านคณิตศาสตร์และการคิดคำนวณ เด็กจะมีความยากลำบากในการเข้าใจ ค่า จำนวน ปริมาณ การคำนวณ ไม่เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ( บวก ลบ คูณ หาร ) มีปัญหาในการแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์
 
- ปัญหาด้านการเขียน เด็กไม่สามารถเขียนหนังสือได้ เช่น คัดลอกคำตามแบบไม่ได้ เขียนตัวอักษรหรือตัวเลขกลับด้าน
 
- ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว เด็กจะมีปัญหาในการคิด การจัดการ และการควบคุมการเคลื่อไหวอย่างมีจุดหมาย
 
- ปัญหาด้านการฟังและการพูด เด็กจะมีพัฒนาการทางการพูดล่าช้า ใช้อวัยวะในการพูดไม่ถูกต้อง รู้ว่าจะพูดอะไรแต่พูดออกมาไม่ได้จำแนกเสียงพูดไม่ได้
 
- ปัญหาด้านการคิดและการให้เหตุผล เด็กจะมีปัญหาด้านความคิดรวบยอด การคิด การให้เหตุผล ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
 
แนวทางการรักษา 
การช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาด้านการเรียนรู้ ต้องทำเป็นทีมซึ่งประกอบด้วยแพทย์ที่ทำการรักษา นักกิจกรรมบำบัด นักการศึกษาพิเศษ คุณครู คุณพ่อคุณแม่ ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองต้องให้การยอมรับ และเข้าใจในความบกพร่องหรือข้อจำกัดของลูก ควรสอนลูกในเรื่องเดิมซ้ำๆบ่อยๆ โดยแบ่งเนื้อหาที่จะสอนออกเป็นตอนสั้นๆ และให้เด็กเรียนรู้ด้วยประสาทรับรู้ด้านต่างๆ เช่นการสัมผัส การมองเห็น เป็นต้น ส่วนคุณครูที่โรงเรียนควรเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนและทำกิจกรรมเช่นเดียวกับเพื่อนในห้อง แต่อาจช่วยเหลือเพื่อให้เด็กได้ข้ามผ่านข้อจำกัดและได้แสดงศักยภาพที่แท้จริง