เด็กสมาธิสั้นและซนผิดปกติ
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
ผู้ปกครองหลายท่าน อาจจะพบว่าลูกของตนเองทำไมถึงดื้อ ซนผิดปกติ หรือไม่มีสมาธิในการทำการบ้าน ทำการบ้านนาน ยุกยิก ไม่อยู่นิ่งๆ คุณครูฟ้องว่าชอบลุกจากที่นั่งมาเดินไปเดินมา เดินออกนอกห้อง รอคอยไม่ได้ ชอบชวนเพื่อนคุย นั่งเหม่อในห้อง ต้องคอยเตือนให้ทำงาน เมื่อมีอาการเหล่านี้บ่อยๆเข้า คุณพ่อคุณแม่ก็คงจะเริ่มกังวลว่าลูกเราจะเป็นเด็กสมาธิสั้นหรือเปล่า
 
 
 
 
อาการของภาวะสมาธิสั้นและซนผิดปกติ
 
เด็กที่มีสมาธิสั้นและซนผิดปกติ ( attention deficit hyperactivity disorder )จะมีอาการของความบกพร่องหลักๆอยู่ 3 ด้านด้วยกันคือ
 
ด้านสมาธิ
- ไม่สามารถควบคุมและคงสมาธิไว้ได้นาน เด็กจึงไม่สามารถทำงานให้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันได้
- วอกแวกง่าย หรือดูเหม่อลอยเมื่อต้องทำงานที่ใช้สมาธิหรืองานที่ไม่ค่อยชอบ เช่น การทำการบ้าน คัดลายมือ แต่ถ้าเป็นงานที่ชอบหรือสนใจ จะทำได้จนเสร็จ เช่น เล่นกีฬา งานศิลปะเป็นต้น
- ต้องมีคนคอยควบคุม หรือกระตุ้นเตือนจึงจะสามารถทำงานให้เสร็จได้
- มักจำและทำตามคำสั่งได้ไม่ครบ
- มักทำอะไรครึ่งๆกลางๆ ผัดวันประกันพรุ่ง
- ขี้ลืม ทำของหายบ่อยๆ
 
ด้านพฤติกรรม
- ซน ยุกยิก ไม่อยู่นิ่ง
- มักลุกเดินบ่อยๆในห้องเรียน หากต้องนั่งอยู่กับที่ก็จะยุกยิก บิดตัวไปมาหรือเล่นมือ โยกเก้าอี้ แกล้งเพื่อน
- เคลื่อนไหวตลอดเวลา วิ่งหรือปีนป่ายไปทั่ว
- พูดมากเกินไป
- ไม่สามารถนั่งเล่นเงีบยๆได้
- เปลี่ยนความสนใจค่อนข้างเร็วและบ่อย
- อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย โกรธง่าย
 
ด้านการคิดและวางแผน
- มักทำอะไรเร็วๆ ไม่คิดหน้าไม่คิดหลัง
- มักพูดแทรก หรือตอบคำถามโดยไม่รอให้คุณครูเรียกหรือไม่รอฟังคำถามจนจบ
- อดทนรอคอยสิ่งใดเป็นเวลานานๆไม่ได้
- ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือกติกา รอคิวไม่เป็นจึงเล่นเกมกับเพื่อนไม่ได้ แพ้ไม่เป็น
- มีแนวโน้มจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่นเดินชนสิ่งของบ่อยๆ ทำให้เกิดแผลเป็นประจำ
- มักเดาคำตอบไปเรื่อย แทนที่จะใช้เวลาคิดก่อนตอบคำถาม
 
ปัญหาเหล่านี้หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง เมื่อเด็กโตขึ้นอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาด้านการเรียน ทั้งๆที่มีระดับสติปัญญาปกติ ทั้งยังก่อให้เกิดปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมร่วมด้วยได้
 
 
ทำอย่างไรเมื่อพบว่าลูกมีสมาธิสั้นและซนผิดปกติ
 
ถ้าคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ควรพาลูกไปปรึกษาแพทย์ด้านพัฒนาการหรือจิตเวชเด็กและวัยรุ่น เพื่อแพทย์จะได้ให้การวินิจฉัยและคำแนะนำในการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม
 
นอกจากนั้น ผู้ปกครองควรช่วยเหลือลูกขณะที่อยู่ที่บ้านด้วย
 
- ปรับสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน คุณพ่อคุณแม่ควรจัดให้มีสิ่งเร้าภายในบ้านให้น้อยที่สุด ไม่มีเสียงดังรบกวน ไม่ควรพาเด็กไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ไม่ควรให้เด็กดูโทรทัศน์ หรือเล่นเกมนานเกินไป
- ช่วยเพิ่มสมาธิขณะทำกิจกรรม เช่น เมื่อลูกต้องทำการบ้าน ผู้ปกครองควรจะช่วยสอนไม่ควรให้ลูกทำคนเดียว และฝึกให้เด็กทำงานอย่างต่อเนื่องไม่ลุกจากที่บ่อยๆ โดยช่วงแรกอาจจะใช้เวลาทีละนิดเริ่มจาก 5-10 นาที ต่อมาจึงค่อยๆเพิ่มเวลาขึ้น จนเด็กสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้โดยไม่ลุกจากที่เสียก่อน
- ช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเอง ผู้ปกครองควรจัดให้เด็กมีระเบียบวินัยในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ควรมีตารางกิจวัตรประจำวันติดไว้ในบ้านให้เด็กเห็น เพื่อให้เด็กรู้ว้าเวลาไหนควรทำอะไร
 
 
การดูแลรักษา
 
ภาวะสมาธิสั้นและซนผิดปกติ ไม่สามารถหายเองได้ เด็กที่มีภาวะดังกล่าวควรได้รับการช่วยเหลือ ดูแลแบบผสมผสานกันคือ
- การใช้ยา บางกรณีเด็กอาจจำเป็นต้องได้รับยาช่วงแรก เพื่อช่วยลดอาการซนหรือเพื่อทำให้เด็กอยู่นิ่งมากขึ้น ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ที่ทำการรักษา
- กิจกรรมบำบัด เป็นการกระตุ้นพัฒนาการผ่านการทำกิจกรรมที่มีจุดมุ่งหมาย โดยการกระตุ้นระบบรับความรู้สึกเพื่อช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานของเด็กในเรื่องการเคลื่อนไหว การคงสมาธิ ช่วยลดอาการอยู่ไม่นิ่งได้
- การปรับพฤติกรรม ช่วยเพิ่มทักษะทางสังคมให้แก่เด็ก เช่น การสอนให้เด็กรู้จักปฏิบัติตามคำสั่ง โดยเริ่มจากการให้รางวัลเมื่อเด็กทำตามเงื่อนไขหรือกฎระเบียบได้ ซึ่งจะส่งผลให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเองมากขึ้น
- การศึกษา ผู้ปกครองควรร่วมมือกับครูที่โรงเรียนเพื่อช่วยจัดสภาวะแวดล้อมในห้องเรียนให้เหมาะสมกับปัญหาของเด็ก เช่นให้นั่งหน้าห้องใกล้คุณครู ให้นั่งกับเพื่อที่เรียนดีตั้งใจเรียน
 
 
อ้างอิงจาก ศูนย์กระตุ้นพัฒนาการเด็ก คิดส์ พลัส