ภาวะแท้งซ้ำ (Recurrent Pregnancy Loss)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
ภาวะแท้งซ้ำ เป็นปัญหาที่ยากต่อการรักษาภาวะหนึ่งในคู่สมรสที่อยากมีลูก เพราะส่วนใหญ่จะตรวจไม่พบสาเหตุ และมักจะส่งผลกระทบต่อภาวะจิตใจของคู่สมรสค่อนข้างมาก
 
ภาวะแท้งซ้ำ หมายถึง การแท้งบุตร ก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ อย่างน้อยสามครั้งติดต่อกัน ไม่นับรวมถึงการตั้งครรภ์นอกมดลูก ครรภ์ไข่ปลาอุก แต่สำหรับทางสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำนิยามไว้ว่า ภาวะแท้งซ้ำ หมายถึง การแท้งบุตรมากกว่าหรือเท่ากับสองครั้งติดกัน เพื่อที่จะได้ค้นหาสาเหตุหรือให้ความสำคัญเร็วขึ้น โดยทำการประเมินหาสาเหตุบางส่วนภายหลังการแท้งบุตรแต่ละครั้ง และหาสาเหตุอย่างละเอียดภายหลังการแท้งบุตรครั้งที่สองหรือมากกว่า
 
ภาวะแท้งซ้ำ แยกได้เป็น 2 กรณีคือ
- การแท้งซ้ำแบบปฐมภูมิ หมายถึง ภาวะแท้งซ้ำที่เกิดขึ้นในหญิงที่ไม่เคยมีบุตรมาก่อน
- การแท้งซ้ำแบบทุติยภูมิ หมายถึง การแท้งซ้ำที่เกิดขึ้นในหญิงตั้งครรภ์ที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้ว ซึ่งแบบนี้จะมีโอกาสได้ลูกที่สมบูรณ์ แข็งแรงมากกว่าแบบแรก

 
อุบัติการณ์ของภาวะแท้งซ้ำ
อัตราการแท้งบุตรของหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปประมาณร้อยละ 15 และ ในจำนวนนี้ มี 1% เท่านั้น ที่มีการแท้งบุตรสามครั้งติดต่อกัน ภาวะแท้งซ้ำจะเพิ่มขึ้นสัมพันธ์กับอายุของมารดาที่สูงขึ้น และถ้าอายุครรภ์ของทารกยิ่งมาก โอกาสเกิดภาวะแท้งซ้ำก็จะน้อยลง
 
ในหญิงที่มีสุขภาพแข็งแรงการแท้งเพียงครั้งเดียวในช่วง 20 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องค้นหาสาเหตุทุกอย่าง เพราะอาจเป็นเพียงสภาวะที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ไม่ได้มีสาเหตุที่แน่นอน การแท้งก่อน 20 สัปดาห์นี้พบได้ประมาณร้อยละ 10-15
 
ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุ
สาเหตุของภาวะแท้งซ้ำสามารถแบ่งได้เป็น สาเหตุจากทางกายวิภาค ภูมิคุ้มกัน พันธุกรรม ต่อมไร้ท่อ การติดเชื้อ การแข็งตัวของเลือด และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมเป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้ว ร้อยละ 50 จะตรวจไม่พบสาเหตุ
 
สาเหตุด้านพันธุกรรม ความผิดปกติของโครโมโซม ทั้งจำนวนที่ผิดปกติหรือโครงสร้างที่ผิดปกติ เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการแท้งในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ประมาณร้อยละ 60 ความเสี่ยงต่อภาวะแท้งซ้ำจะเพิ่มขึ้น ถ้ามีญาติสายตรงที่เคยมีประวัติภาวะแท้งซ้ำที่ไม่ทราบสาเหตุมาก่อน ความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนครั้งของการแท้ง ( ยิ่งแท้งหลายครั้ง โอกาสที่จะมีโครโมโซมผิดปกติจะยิ่งมากขึ้น )
 
สาเหตุจากความผิดปกติของมดลูก แบ่งเป็น 2 แบบคือ ชนิดที่เป็นมาแต่กำเนิด หรือเกิดขึ้นภายหลัง รวมแล้วสามารถส่งผลต่อการเกิดภาวะแท้งซ้ำได้ร้อยละ 10-50
 
ความผิดปกติแต่กำเนิดของมดลูก มักจะเป็นความผิดปกติทางกายวิภาค เช่น การมีแผ่นกั้นบางๆขวางกลางโพรงมดลูก มดลูกลักษณะเป็นรูปหัวใจ หรือมีมดลูกแบางตัวเป็น 2 ใบ สาเหตุที่ทำให้แท้งอาจเกิดจากความผิดปกติในการขยายตัวของมดลูกเมื่อทารกโตขึ้น หรือมีปัญหาในการฝังตัวเนื่องจากไม่มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณผนังกั้นมดลูก
 
ภาวะมดลูกมีแผ่นกั้น เป็นสาเหตุของภาวะแท้งซ้ำที่เกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดที่พบมากที่สุด มีอัตราการแท้งบุตรสูงถึงร้อยละ 60 แผ่นกั้นยิ่งยาวจะยิ่งมีพยากรณ์โรคแย่ขึ้น
 
ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายหลั
 
- เนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูก เนื้องอกมดลูกที่อยู่ใต้ต่อเยื่อบุโพรงมดลูก หรือยื่นเข้ามาภายในโพรงมดลูก จะขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้
- ติ่งเนื้องอกโพรงมดลูก ข้อมูลยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นสาเหตุของการแท้งซ้ำ
- พังผืดในโพรงมดลูก สาเหตุเกิดจากการขูดมดลูก เยื่อพังผืดที่เชื่อมติดกันภายในโพรงมดลูกเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแท้งบุตร เนื่องจากโพรงมดลูกเต็มไปด้วยพังผืดจนไม่เหลือเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกที่จะประคับประคองการฝังตัวของตัวอ่อนและรก อาการที่พบได้ในกรณีนี้คือ ไม่มีประจำเดือนหรือประจำเดือนผิดปกติ, การปวดท้องน้อยเป็นรอบ, ภาวะมีบุตรยาก และภาวะแท้งซ้ำ
- ภาวะปากมดลูกบางไม่แข็งแรง มักเป็นสาเหตุการแท้งบุตรในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ ไม่ส่งผลต่อการแท้งในช่วงแรก
 
สาเหตุจากโรคต่อมไร้ท่อ เป็นสาเหตุของภาวะแท้งซ้ำร้อยละ 17-20
 
- ความบกพร่องของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน(luteal phase defect) โปรเจสเตอโรนมีส่วนสำคัญในการฝังตัวของตัวอ่อน และการประคับประคองให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไป ดังนั้นโรคที่ส่งผลทำให้การผลิตโปรเจสเตอโรนลดลง ย่อมส่งผลต่อการตั้งครรภ์ด้วย เช่น ความบกพร่องของการทำงานของคอร์ปัสลูเตียม  
- โรคเบาหวาน มีหลายๆการศึกษาพบว่าระดับ HbA1C ที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดการแท้งและความพิการแต่กำเนิดของทารกมากขึ้น แต่ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีโอกาสเกิดการแท้งซ้ำจะไม่เพิ่มสูงขึ้น
- ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) กลไกการเกิดยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเป็นเพราะการมีระดับฮอร์โมนบางตัวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การตกไข่ผิดปกติ , การทำงานของเยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ 
- โรคต่อมไทรอยด์ ผู้หญิงที่มีระดับไทรอยด์แอนตี้บอดี้สูง จะพบอัตราการแท้งบุตรสูง ถึงแม้ว่าจะมีการทำงานของต่อมไทรอยด์ปกติ ส่วนในรายที่มีความผิดปกติของระดับฮอร์โมนไทรอยด์ พบว่าการควบคุมภาวะไทรอยด์ต่ำ หรือสูงผิดปกติได้ไม่ดี จะสัมพันธ์กับการเกิดภาวะมีบุตรยากและการแท้ง  
- ภาวะฮอร์โมนโปรแลคตินในเลือดสูง ในกรณีที่มีภาวะนี้ การรักษาให้ระดับโปรแลคตินในเลือดลดลงจะมีอัตราการตั้งครรภ์ได้สูงกว่า   
 
ปัจจัยจากภูมิคุ้มกัน
ร้อยละ 5-15 ของผู้ป่วยที่มีภาวะแท้งซ้ำอาจมีโรค Antiphospholipid syndrome แฝงอยู่ โดย Antiphospholipid antibody จะส่งผลต่อการเจริญของตัวรก การฝังตัว การเกาะติดของรก ซึ่งเป็นผลให้เกิดการแท้งได้
 
สาเหตุด้านการแข็งตัวของเลือด
การเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดแดง จะทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณรกไม่เพียงพอ ทำให้ตัวอ่อนเสียชีวิต, ทารกโตช้าในครรภ์, รกลอกตัวก่อนกำหนด หรือครรภ์เป็นพิษได้
 
สาเหตุอื่นๆ
การศึกษาในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของภาวะแท้งซ้ำกับ สิ่งแวดล้อม, ความเครียด, ในส่วนของสารเคมีที่ส่งผลทำให้เกิดการแท้งได้ เช่น ไนตรัสอ๊อกไซด์, สารหนู, สีย้อมผ้า, เบนซีน, เอทิลีนอ๊อกไซด์, ฟอร์มาลีน, ยาฆ่าแมลง, ตะกั่ว, ปรอท, แคดเมียม เป็นต้น
 




 

การตรวจประเมินและค้นหาสาเหตุ

การซักประวัติและตรวจร่างกาย
อายุครรภ์ที่เกิดภาวะแท้งซ้ำมักเป็นช่วงอายุครรภ์ใกล้เคียงกัน และสาเหตุก็มีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงอายุครรภ์ เช่น การแท้งที่สัมพันธ์กับความผิดปกติทางพันธุกรรมและต่อมไร้ท่อ มักเกิดขึ้นในเร็ว ส่วนการแท้งที่เกิดจากปัจจัยทางมดลูกและภูมิคุ้มกันผิดปกติมักเป็นช่วงกลางหรือท้ายของการตั้งครรภ์
 
- การที่เคยขูดมดลูก หรือผ่าตัดในโพรงมดลูกอาจทำให้เกิดพังผืดในโพรงมดลูก
- รอบประจำเดือนผิดปกติ หรือมีน้ำนมไหลอาจเกิดจากระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ
- ความผิดปกติของร่างกายแต่กำเนิดหรือความผิดปกติทางโครโมโซม
- มีการสัมผัสกับสารพิษในสิ่งแวดล้อมที่อาจเป็นผลต่อการเจริญของตัวอ่อนในครรภ์
 
การตรวจร่างกาย : ดูลักษณะความบกพร่องของระบบต่อมไร้ท่อ และความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ เช่น ภาวะอ้วน , ภาวะขนดก , ต่อมไทรอยด์และเต้านมผิดปกติ เป็นต้น
 
การตรวจเพิ่มเติมที่มีประโยชน์
 
1. โครโมโซม : การตรวจโครโมโซมของคู่สามีภรรยา เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผู้ป่วยที่มีภาวะแท้งซ้ำ ความผิดปกติทางโครโมโซมที่ได้จากเลือดของคู่สมรสที่มีปัญหาการแท้งซ้ำ อาจจะบอกถึงความผิดปกติของตัวอ่อนโดยตรงไม่ได้ ดังนั้นเราอาจจะตรวจโครโมโซมจากตัวอ่อนที่แท้ง ซึ่งถ้าพบว่าโครโมโซมของตัวอ่อนปกติ แสดงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแท้งซ้ำ ไม่น่าจะเกิดจากโครโมโซมพ่อแม่ที่ผิดปกติ
 
2. ตรวจความผิดปกติของมดลูก : ความผิดปกติของมดลูกที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะแท้งซ้ำ มีการตรวจได้หลายวิธี เช่น การตรวจท่อนำไข่และมดลูกโดยการฉีดสี การอัลตราซาวด์ นอกจากนี้การส่องกล้องโพรงมดลูกและการเอ็กซ์เรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็สามารถทำเพื่อวินิจฉัยได้
 
การฉีดน้ำเกลือเพื่อดูโพรงมดลูก : การฉีดน้ำเข้าไปในโพรงมดลูกและอัลตราซาวด์ทำให้เห็นถึงโครงร่างภายในของโพรงมดลูก รวมทั้งผนังของมดลูกด้วย และทำให้เห็นความแตกต่างของมดลูกที่มีรูปร่างผิดปกติ หรือ มีแผ่นกั้นมดลูก


การฉีดสีและเอกเรย์ท่อนำไข่และมดลูก : สามารถบอกถึงลักษณะทางกายวิภาคและการอุดตันของท่อนำไข้ได้ดี แต่ไม่สามารถบอกถึงรูปร่างภายนอกของมดลูกได้

การส่องกล้องดูโพรงมดลูก : เป็นวิธีมาตรฐานเพื่อวินิจฉัยความผิดปกติของมดลูก และยังสามารถรักษาความผิดปกติบางอย่างของโพรงมดลูกไปพร้อมกันได้ แต่ไม่สามารถมองเห็นหรือบอกลักษณะมดลูกที่มีรูปร่างผิดปกติ แต่ข้อเสียของการตรวจวิธีนี้คือมีค่าใช้จ่ายสูง
อัลตราซาวด์ : มีประโยชน์ในการวินิจฉัยเนื้องอกมดลูก บอกตำแหน่งหรือขนาดของก้อนเนื้องอกมดลูกได้ รวมทั้งยังช่วยประเมินความยาวของปากมดลูก

การเอกเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า : การวินิจฉัยความผิดปกติของกายวิภาคมดลูก โดยการเอกเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า มีความแม่นยำกว่าการอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดหรือการเอกซ์เรย์ฉีดสี และจะช่วยแยกระหว่างมดลูกที่มีรูปร่างผิดปกติ หรือ มีแผ่นกั้นมดลูก ที่สงสัยจากการตรวจแบบอื่นได้ เป็นวิธีการที่ไม่เจ็บตัวและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการส่องกล้อง
 
3. ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ : การคัดกรองในผู้ป่วยที่ไม่มีอาการยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด แต่พบว่ามีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงต่อการแท้งเพิ่มขึ้นเมื่อผู้ป่วยมีภาวะไทรอยด์ต่ำแบบไม่มีอาการ และภาวะที่มีฮอร์โมนโปรแลกตินสูง ดังนั้นการตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ และโปรแลกตินก็มีความสำคัญ
 
4. ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน :การตรวจหาสาเหตุที่เกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรตรวจ anticardiolipin antibody และ lupus anticoagulant ซึ่งจะเจาะ 2 ครั้ง ห่างกัน 6-8 สัปดาห์
 
การดูแลรักษา
การรักษาแบบจำเพาะ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะแท้งซ้ำ
 
1. ความผิดปกติของโครโมโซมของคู่สามีภรรยา
คู่สมรสที่มีโครโมโซมผิดปกติต้องได้รับคำปรึกษาทางพันธุกรรม เพื่อวิเคราะห์หาความเป็นไปได้ในการเกิดโครโมโซมปกติหรือผิดปกติในตัวอ่อนในการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป บางกรณีอาจจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยทารกก่อนคลอด โดยการเจาะน้ำคร่ำ เจาะเลือดแม่ หรือเก็บชิ้นเนื้อรก เพื่อดูโครโมโซมของทารกในครรภ์ ว่ามีโครโมโซมที่ผิดปกติหรือไม่
 
หรือใช้การตรวจวินิจฉัยก่อนการตั้งครรภ์ โดยการทำเด็กหลอดแก้วและวิเคราะห์หาโครโมโซมของตัวอ่อน เมื่อตรวจแล้วว่าตัวอ่อนมีโครโมโซมปกติจึงทำการฝังตัวอ่อนในโพรงมดลูก เพื่อให้เจริญเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์ปกติ
 
2. ความผิดปกติทางกายวิภาคของมดลูก
ความผิดปกติของมดลูกกรณีที่ผ่าตัดได้และเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะแท้งซ้ำนั้น ควรจะต้องผ่าตัดแก้ไข เช่น ภาวะแผ่นกั้นภายในมดลูก, พังผืดในโพรงมดลูก, เนื้องอกมดลูกที่อยู่ใต้ต่อเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นต้น หรือการเย็บผูกปากมดลูกในกรณีที่มีประวัติแท้งซ้ำและความยาวของปากมดลูกน้อยกว่าสตรีตั้งครรภ์ปกติ
 
3. Antiphospholipid syndrome
ใช้ยาแอสไพรินและเฮปพาริน ในผู้ป่วย antiphospholipid syndrome ที่มีภาวะแท้งซ้า มีการศึกษาพบว่าได้ผลดี และการให้แอสไพรินและเฮปพารินร่วมกันจะมีประสิทธิภาพดีกว่าการให้แอสไพรินเพียงอย่างเดียว
 
4. ต่อมไทรอยด์ผิดปกติและโรคเบาหวาน
ผู้ป่วยที่มีโรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติและโรคเบาหวาน ควรได้รับการรักษาด้วยยาที่เหมาะสม
5. โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ
ในผู้หญิงที่มีโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบพบอัตราการแท้งประมาณ ร้อยละ20- 40 สูงกว่าในกลุ่มประชากร มีรายงายว่าการให้ยา metformin จะช่วยลดความเสี่ยงการแท้งลงได้ แต่ประสิทธิภาพยังไม่ชัดเจนมากนัก
 
6. ระดับฮอร์โมนโปรแลคตินในกระแสเลือดสูง
การให้ยา bromocriptine ในผู้ป่วยที่มีภาวะโปรแลคตินในเลือดสูง จะลดอัตราการแท้งลงได้
 
7. ไม่ทราบสาเหตุ
มีคู่สมรสประมาณ 50% ที่ตรวจไม่พบสาเหตุ หลังจากได้ทำการตรวจและประเมินสาเหตุการแท่งซ้ำจนครบแล้ว แนวทางให้การรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้ ได้แก่

 
- การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การงดบุหรี่ ,แอลกอฮอล์ , กาแฟ รวมทั้งการลดน้ำหนักตัวในผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวมาก จากการศึกษา พบว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะช่วยเพิ่มภาวการณ์เจริญพันธุ์ได้
- ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน : มีการศึกษาที่พบว่าการให้โปรเจสเตอโรนในผู้ป่วยที่มีภาวะแท้งซ้ำที่ไม่ทราบสาเหตุมีประโยชน์กว่าการให้ยาหลอกหรือไม่ให้ยาเลย
- Aspirin with or without heparin : จากการศึกษาพบว่าทั้งการให้แอสไพรินเพียงอย่างเดียวและการให้ทั้งแอสไพรินร่วมกับเฮปพาริน สามารถเพิ่มอัตราทารกที่คลอดปกติ ในคู่สมรสที่มีภาวะแท้งซ้ำได้
- การทำเด็กหลอดแก้ว และคัดเลือกตัวอ่อน : เป็นการคัดเลือกตัวอ่อนที่มีโครโมโซมปกติ ก่อนที่จะนำตัวอ่อนที่ปกตินั้นย้ายกลับเข้าไปในโพรงมดลูกเพื่อให้ทำการฝังตัวและเจริญเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์ปกติต่อไป
- อุ้มบุญ : ผู้ป่วยที่มีภาวะแท้งซ้ำ ที่มีปัญหาภายในโพรงมดลูกหรือตัวมดลูก หรือมีความล้มเหลวในการฝังตัวอ่อนเด็กหลอดแก้ว การใช้วิธีย้ายตัวอ่อนให้ผู้อื่นท้องให้แทน หรือ อุ้มบุญ เป็นอีกหนึ่งทางเลือก
- การรับบริจาคไข่ : การใช้ไข่บริจาคเป็นทางเลือกหนึ่ง ในกรณีที่คู่สมรสที่อยากมีลูกแล้วเกิดภาวะแท้งซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุจากการที่ไข่ไม่สมบูรณ์ อายุเยอะ หรือมีโครโมโซมที่ผิดปกติแฝงตัวอยู่ การรับบริจาคไข่ อาจช่วยแก้ไขปัญหาได้ และช่วยเพิ่มอัตราการคลอดทารกปกติมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- การรักษาแบบผสมผสาน : มีการศึกษา พบว่าผู้ที่ได้รับยา เพรดนิโซโลน ,โปรเจสเตอโรน , แอสไพริน และโฟเลท ก่อนและขณะตั้งครรภ์ มีอัตราการแท้งในไตรมาสแรกน้อยกว่า และมีอัตราคลอดทารกมีชีวิตสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้ให้การรักษาอะไรเลย
 
โอกาสเป็นซ้ำและพยากรณ์โรค
 
โอกาสที่จะเกิดภาวะแท้งซ้ำ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดการแท้ง และจำนวนครั้งของการแท้งก่อนหน้านี้ ถ้าเคยแท้งบุตรแล้ว 1 ครั้งความเสี่ยงที่จะแท้งซ้ำร้อยละ 14-21 ถ้าเคยแท้งบุตรมาก่อน 2 ครั้ง จะมีความเสี่ยงเพิ่มเป็นร้อยละ 24-29 แต่หากเคยแท้งบุตรมาแล้ว 3 ครั้ง จะมีความเสี่ยงเพิ่มเป็นร้อยละ 31-33 นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อโอกาสเกิดภาวะแท้งซ้ำ ได้แก่
 
- สาเหตุของภาวะแท้งซ้ำ : ถ้าเป็นความผิดปกติของโครโมโซมในพ่อแม่บางชนิดอาจจะทำให้ทารกที่เกิดมาแท้งทั้งหมด
- อายุของมารดาที่เพิ่มขึ้น : จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้ง เป็นผลจากคุณภาพของไข่ ถ้ามารดาอายุมากขึ้นคุณภาพไข่จะแย่ลงเรื่อยๆ มารดาที่อายุ 20-30 ปี จะมีอัตราการแท้งร้อยละ 9-17 อายุ 35 ปี อัตราการแท้งร้อยละ 20 อายุ 40 ปี อัตราการแท้งร้อยละ 40 และอายุ 45 ปี อาจจะมีอัตราการแท้งสูงถึงร้อยละ 80
- ผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์ก่อนมีต่อการตั้งครรภ์ครั้งต่อไปได้ : โอกาสเกิดการแท้งบุตรจะเพิ่มสูงขึ้นหากมีประวัติของการแท้งติดต่อกันมาก่อน ถ้าเคยคลอดบุตรมีชีวิตแล้ว ท้องต่อมาจะมีโอกาสแท้งบุตรลดลง
- อายุครรภ์ขณะแท้งบุตร : ภาวะแท้งซ้ำมักเกิดในช่วงอายุครรภ์เดียวกันกับครรภ์ก่อน และจะเป็นตัวช่วยบอกสาเหตุได้ในบางกรณีเพราะการแท้งในช่วงอายุครรภ์ที่ต่างกันจะมีสาเหตุที่แตกต่างกัน เช่นแท้งในช่วงแรกๆ มักเป็นความผิดปกติของโครโมโซม ถ้าแท้งช่วงกลางๆ จะเป็นความผิดปกติเกี่ยวกับตัวมดลูก หรือเรื่องภูมิคุ้มกัน

มีการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะแท้งซ้ำ ประมาณ 2 ใน 3 สามารถคลอดลูกที่มีขีวิตปกติได้ภายใน 5 ปี ยิ่งถ้าได้รับการแก้ไขสาเหตุต่างๆตามที่ตรวจพบ ก็จะยิ่งทำให้โอกาสคลอดลูกที่ปกติเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่หาสาเหตุไม่ได้ การได้รับการรักษาแบบผสมผสาน โอกาสที่จะตั้งครรภ์และคลอดลูกที่ปกติก็สูงกว่าเดิมด้วย