การกระตุ้นน้ำนมแม่
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เนื่องจากมีสารอาหารที่จำเป็นมากมาย มีภูมิคุ้มกัน สะอาด ปลอดภัย ประหยัด เมื่อทารกต้องการนม คุณแม่ก็สามารถป้อนนมให้กับลูกได้ทันทีและยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกอีกด้วย การพัฒนาการของฟันและขากรรไกรของเด็กก็จะดีกว่าการดูดนมขวดด้วย แต่ก็มีบางกรณีที่แม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ เช่น
 
 
ข้อห้ามในการให้น้ำนมแม่
- ทารกที่แม่มีเชื้อไวรัส HIV
- แม่เป็นวัณโรคปอด กรณีนี้ควรแยกแม่จากทารก เพราะอาจติดต่อกันได้ แต่สามารถปั๊มนมไว้แล้วนำไปให้ลูกทานได้ หลังจากให้ยาต้านเชื้อ 2 สัปดาห์จึงจะสามารถให้นมลูกได้ตามปกติ
- แม่เป็นงูสวัด 5 วันก่อนคลอดจนถึง 2 วันหลังคลอด ต้องแยกแม่กับลูก แต่ยังสามารถใช้น้ำนมที่ปั๊มออกมาให้ลูกทานได้
- แม่ติดเชื้อไวรัส H1N1 ควรแยกแม่กับลูกจนแม่ไม่มีไข้ แต่สามารถใช้น้ำนมปั๊มให้ลูกทานได้
- แม่ที่ใช้สารโคเคน ไม่ควรให้นมลูก เพราะอาจจะมีผลต่อการพัฒนาการของเด็กได้
- แม่ที่ทานแอลกอฮอล์ ควรเว้น 2 ชั่วโมงก่อนการให้นมลูก
- ลูกเป็นโรค galactosemia ห้ามให้ลูกทานนมเด็ดขาด เพราะเด็กที่เป็นโรคนี้จะไม่มีตัวย่อยสารอาหารที่มีในน้ำนม แต่ประเทศไทยแทบจะไม่มีโรคนี้
 
 
ภาวะน้ำนมน้อยหรือแห้ง
 
โดยธรรมชาติปริมาณน้ำนมของแม่จะสร้างขึ้นมาเพียงพอสำหรับความต้องการของทารก ถึงแม้ว่าแม่จะมีขนาดของเต้านมเล็ก แต่บางครั้งแม่มักจะพบกับปัญหาเรื่องของน้ำนมน้อย ไม่เพียงพอกับทารก สาเหตุอาจเกิดได้จาก
 
การเริ่มต้นให้นมลูกช้าเกินไป
 
ให้ลูกดูดนมน้อยครั้งในแต่ละวัน (น้อยกว่า 2 ครั้งต่อวัน)
 
ให้นมลูกแล้วหยุดให้ไปช่วงหนึ่ง
 
การให้ลูกดูดนมไม่ถูกวิธี (การดูดไม่มิดถึงลานนม)
 
ใช้นมผงปนกับการให้นมแม่
 
ความเครียด การพักผ่อนไม่พอ เบื่ออาหาร
 
 
การเพิ่มปริมาณน้ำนม
 
การดูแลปฏิบัติตนโดยไม่ใช้ยาช่วย
 
ขั้นตอนง่ายๆ คือมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตนเอง
 
ให้ทารกเรียนรู้และคุ้นเคยกับการดูดนมจากเต้านม โดยการให้ดูดบ่อยๆ ให้ได้ ทุก 3 ชั่วโมง หรือ 8 ครั้งต่อวัน หรือใช้การวปั๊มน้ำนมช่วย ในกรณีที่ไม่สามารถให้นมลูกได้ เช่นไปทำงาน หรือลูกป่วย ร่างกายจะกระตุ้นการสร้างน้ำนมอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการขับน้ำนมออก
 
นวดประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่นๆ 3-5 นาทีก่อนการให้นม กระตุ้นหัวนมและลานนมเบาๆ จัดท่าทางให้เหมาะสม เวลาดูดให้ดูดลึกถึงลานนม
 
ไม่ควรให้นมผสม อาหารเสริมในช่วง 6 เดือนแรก เพราะจะทำให้ลูกกินนมแม่น้อยลง เมื่อดูดน้อยลง ก็จะสร้างน้ำนมใหม่น้อยลงด้วย กรณีที่จำเป็นต้องให้นมผสม ไม่ควรให้ดูดจากจุกขวดนม ให้ใช้วิธีหยอดน้ำนมลงข้างๆเต้านมให้ลูกดูด
 
รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน พักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมาก ไม่เครียด
 
 
 
การเพิ่มปริมาณน้ำนมด้วยอาหารและสมุนไพร
 
ควรเน้นทานอาหารที่มีส่วนช่วยกระตุ้นน้ำนม เช่น หัวปลี ดอกแค ฟักทอง กะเพรา ขิง ขมิ้นชัน กุยช่าย เป็นต้น และทานน้ำ น้ำขิงต้มบ่อยๆ ร่วมกับการปฏิบัติตนเองในการเพิ่มน้ำนมเหมือนข้างต้น ก็จะช่วยให้เพิ่มน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเพิ่มปริมาณน้ำนมด้วยยาแผนปัจจุบัน
 
ถ้าการปฏิบัติตัว ร่วมกับการใช้อาหารเสริมยังไม่เพียงพอในการกระตุ้นน้ำนม อาจจะใช้ยาแผนปัจจุบันช่วย ได้แก่ ยาดอมเพอริโดน (domperidone,motilium)
 
ประสิทธิภาพของตัวยาหลักในการแพทย์ ใช้สำหรับเป็นยาแก้คลื่นไส้ อาเจียน แต่มันมีฤทธิ์ข้างเคียงคือช่วยกระตุ้นให้น้ำนมเพิ่มขึ้น โดยการเพิ่มฮอร์โมนโปรแลคตินทางอ้อม จากการที่ตัวยาเข้าไปขัดขวางสารที่มีผลยับยั้งการผลิตโปรแลคตินของต่อมใต้สมอง ตัวโปรแลคตินนี้เองเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เซลล์ในเต้านมผลิตน้ำนม
 
ยาดอมเพอริโดนผ่านน้ำนมแม่ได้น้อยมาก ( ยาจะถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสโลหิตเพียงร้อยละ 15 เท่านั้น และหลั่งออกทางน้ำนมได้เพียงร้อยละ 20 ของปริมาณยาที่อยู่ในกระแสเลือดแม่ ) จึงทำให้ทารกได้ตัวยานี้น้อย ซึ่งยาตัวนี้ก็เป็นยาที่ให้ในทารกที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนอยู่แล้ว คิดเป็นเปอร์เซนต์ของยาที่ผ่านน้ำนมน้อยมากเมื่อเทียบกับยาที่ให้ทารกทาน ทั้งนี้เพราะยาเม็ดดอมเพอริโดน
 
มีรายงานถึงผลข้างเคียงจากการให้ยาดอมเพอริโดนอยู่บ้าง ว่าอาจจะมีผลข้างเคียงต่อหัวใจ โดยจะมีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ แต่เป็นการให้ยาทางเส้นเลือด ส่วนการให้ทางการกินยังไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียง
 
 
ผลข้างเคียงของการใช้ยาดอมเพอริโดน
  • - อาการปวดหัว เป็นผลข้างเคียงที่พบได้มากที่สุด มักจะหายไปเองหลังหยุดยาหรือลดปริมาณยาที่ใช้ลง
  • - อาการปวดเกร็งท้อง
  • - ปากแห้ง
 
ปริมาณยาที่ใช้สำหรับเพิ่มการสร้างน้ำนม เริ่มตั้งแต่ขนาด 1 เม็ด (ขนาดเม็ดละ 10 มิลลิกรัม) วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น เพิ่มได้ถึงครั้งละ 2 เม็ด วันละ 4 ครั้ง หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน หลังจากเริ่มใช้ยาประมาณ 3-5 วัน น้ำนมจะเริ่มมามากขึ้น และจะได้ผลสูงสุดในช่วง 3-4 สัปดาห์ ในบางรายอาจจะได้ผลดีหลังทานไปแล้ว 4 สัปดาห์ ดังนั้นควรทานอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์จึงจะพิจารณาว่าการใช้ยาได้ผลดีหรือไม่
 
 
การหยุดใช้ยาดอมเพอริโดน (domperidone,motilium)
 
หลังจากการใช้ยาระยะหนึ่ง ถ้าปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้นมากจนไม่ต้องให้นมผสมแก่ทารกอีกต่อไป หรือคุณแม่สามารถหยุดให้นมผสมได้โดยที่ทารกยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ดี สามารถที่จะลดปริมาณยาลงได้โดยวิธีการ
  1. ลดยาลงทีละ 1 เม็ดก่อน โดยลดยามื้อไหนก็ได้แล้วรอดู 4-5 วันหรือ 1 สัปดาห์ ถ้าปริมาณน้ำนมยังไม่เปลี่ยนแปลง ก็ค่อยๆลดยาลงอีกทีละ 1 เม็ด
  2. รออีก 4-5 วัน ถ้าปริมาณน้ำนมยังไม่เปลี่ยนแปลง ลดยาลงอีก 1 เม็ด
  3. ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเลิกทานยาไปได้ในที่สุด ถ้าปริมาณน้ำนมไม่ลดลงหรือลดลงไม่มาก และทารกยังมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นในเกณฑ์ดี
  4. ถ้าลดปริมาณยาลงแล้วปริมาณน้ำนมลดลงมาก ให้กลับไปใช้ยาเท่าเดิมที่เคยใช้ได้ผล โดยไม่ต้องลดยาลงซัก 2 สัปดาห์
ถ้ายังต้องการเลิกใช้ยา พอครบ 2 สัปดาห์ ให้ลดยาลงครั้งละ 1 เม็ดเหมือนช่วงแรก
 
สรุปว่าการใช้ยาดอมเพอริโดนนี้เป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย ได้ผลดี ใช้ง่าย แต่ก็ควรเลือกใช้หลังจากการปฏิบัติดูแลตนเอง การทานอาหารมีประโยชน์ พักผ่อน ดูแลสุขภาพของแม่ ถ้าน้ำนมมีไม่เพียงพอจึงเลือกใช้การทานยาช่วย แต่ก็ควรระวังในผู้ป่วยที่เคยมีปัญหาโรคหัวใจ หรือมีการเต้นของหัวใจผิดปกติ