ริดสีดวงทวารในช่วงตั้งครรภ์
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
ริดสีดวงทวาร เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบ หรือการบวมของเส้นเลือดที่อยู่ภายในทวารหนักและรอบๆปากทวารหนัก ซึ่งมีหน้าที่ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อทวารหนักในช่วงถ่ายอุจจาระ และช่วยให้ปากทวารหนักปิดสนิทเวลาที่ไม่ปวดถ่ายอุจจาระ เมื่อมีการอักเสบก็จะทำให้เส้นเลือดมีการโป่งพอง จนทำให้เป็นก้อนยื่นออกมาทางทวารหนัก คุณแม่ก็จะรู้สึกรำคาญในช่วงแรก แต่ถ้าเป็นมากขึ้นก็จะมีอาการปวด หรือมีเลือดออกเวลาที่ถ่ายอุจจาระได้
 
 
  
 
สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง
 
- ท้องผูก มีการเบ่งถ่ายอุจจาระเป็นประจำ แรงเบ่งจะทำให้เกิดความดันและทำให้เส้นเลือดมีการโป่งพองออก
- การนั่งถ่ายอุจจาระนานๆ ก็จะเป็นการเพิ่มแรงดันต่อเส้นเลือดเช่นกัน
- ผู้สูงอายุจะมีการเสื่อมของเซลล์เนื้อเยื่อหลอดเลือดจึงเกิดการโป่งพองง่ายขึ้น
- การตั้งครรภ์ มดลูกที่มีขนาดโตขึ้น มีการกดทับที่เส้นเลือดใหญ่ในช่องท้อง การไหลเวียนกลับของเลือดจากส่วนล่างของร่างกายจึงทำได้ไม่ดี ก่อให้เกิดการคั่งของเลือด และทำให้มีภาวะริดสีดวงได้ ในบางรายก็มักจะมีเส้นเลือดขอดที่ขาด้วยจากกลไกเดียวกัน
- น้ำหนักตัวมาก ทำให้มีแรงดันในช่องท้องสูงขึ้น เลือดจึงคั่งอยู่ที่หลอดเลือดไหลกลับเข้าช่องท้องไม่ได้ กลไกการเกิดคล้ายๆกับในหญิงตั้งครรภ์
 
 
สาเหตุที่หญิงตั้งครรภ์เป็นริดสีดวงทวารมากกว่า
 
เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้มีการเคลื่อนตัวของลำไส้ช้าลง มีอาการท้องผูกมากขึ้น และการที่มดลูกมีขนาดใหญ่ขึ้นไปกดทับเส้นเลือดดำในช่องท้อง ทำให้เลือดจากบริเวณส่วนล่างของร่างกายไหลกลับเข้าช่องท้องยากขึ้น มีเลือดคั่งในเส้นเลือดดำและบวมบริเวณทวารหนัก เมื่อเป็นมากขึ้นเนื้อเยื่อรอบทวารหนักก็จะบวมขึ้นกลายเป็นริดสีดวงทวาร
 
 
อาการของริดสีดวงทวาร
 
- มีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากปากทวารหนักเมื่อมีการเบ่งถ่ายอุจจาระ
- เมื่อเลือดคั่งในหลอดเลือดที่โป่งพอง ทำให้มีอาการปวด บวม มีการเสียดสี ระคายเคือง เป็นแผลถลอกได้
- อุจจาระเป็นเลือด มักจะเป็นเลือดสด ออกมาหลังอุจจาระ ไม่ปนกับเนื้ออุจจาระ ไม่เป็นมูก เลือดมักจะหยุดเองได้ เป็นๆหายๆ
- ในหญิงตั้งครรภ์ ริดสีดวงทวารไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ กับทารก หรือการตั้งครรภ์ แต่จะทำให้มีอาการเจ็บและมีเลือดออกหลังถ่ายอุจจาระ ในบางรายถ้าเลือดออกมากอาจทำให้มีภาวะโลหิตจางได้
 
 
ริดสีดวงทวารกับการคลอด
 
สามารถคลอดบุตรแบบธรรมชาติได้ตามปกติ เพียงแต่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่ตัดแผลฝีเย็บไม่ให้กว้างเลยไปถึงส่วนที่เป็นริดสีดวง เพราะอาจจะทำให้เลือดออกมาก หรือไหลไม่หยุดได้
 
โดยส่วนใหญ่หลังคลอดไปแล้ว 6 สัปดาห์ อาการจะลดลงเนื่องจากมดลูกหดตัวลง ไม่มีแรงกดทับในช่องท้อง เลือดดำที่ขาและทวารหนักจึงไหลกลับเข้าหัวใจได้ตามปกติ
 
 
การป้องกันและบรรเทาอาการในช่วงตั้งครรภ์
 
ปรึกษาแพทย์ในกรณีที่เคยมีอาการตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เนื่องจากการใช้ยาบางตัวก่อนตั้งครรภ์จะไม่สามารถใช้เมื่อตั้งครรภ์แล้ว โดยส่วนใหญ่จะใช้ได้เป็นยาชนิดทา หรือสอด แต่ไม่ควรซื้อยารักษาเอง
 
- การนั่งแช่ในน้ำอุ่น หลังจากถ่ายอุจจาระแล้ว การแช่ก้นด้วยน้ำอุ่น 10-15 นาที จะช่วยลดอาการปวด การบวมอักเสบได้
 
- อย่าให้ท้องผูก กินอาหารที่มีกากใยมากๆ ทานผักและผลไม้ และดื่มน้ำเปล่าวันละ 8-10 แก้ว ทำให้อุจจาระนุ่มมากขึ้น ช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวก
 
- ควบคุมการขับถ่ายทุกวันให้เป็นนิสัย ถ่ายอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง และเข้าห้องน้ำทันทีที่รู้สึกปวดท้อง อย่ากลั้นไว้นานเพราะจะทำให้ถ่ายออกลำบาก อย่าเบ่งอุจจาระแรง ๆ อย่านั่งแช่ในห้องน้ำเป็นเวลานาน
 
- หลีกเลี่ยงภาวะที่จะทำให้มีแรงดันในช่องท้อง เช่นการยกของหนัก ยืนนานๆ ควรนอนตะแคงข้างเพื่อลดแรงกดทับจากมดลูกต่อเส้นเลือดดำใหญ่ในช่องท้อง นอนยกเท้าสูง 15-30 องศาเพื่อช่วยให้เลือดดำไหลกลับเข้าหัวใจได้ดีขึ้น
 
- การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินช้าๆหรือว่ายน้ำ จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ
 
- ถ้ามีเลือดออกทางก้นไม่หยุด หรือ ติ่งเนื้อไม่สามารถกลับเข้าไปในทวารและมีอาการปวดบวมบริเวณก้อนมาก อย่าพยายามดันก้อนเนื้อกลับเข้าไป ให้รีบพบแพทย์โดยทันที