7 ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยในช่วงตั้งครรภ์
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
 
ในตลอดช่วงของการตั้งครรภ์ 9 เดือนมีภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่อาจจะเกิดได้ ซึ่งวันนี้เราจะมารู้จักกับภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เพื่อจะได้ป้องกัน หรือหาทางรับมือกับภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้

 
1. การแท้งบุตร
 
การแท้งบุตร คือการตั้งครรภ์ ที่สิ้นสุดลงก่อนอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ ซึ่งถ้าทารกคลอดออกมาในช่วงเวลานี้จะไม่สามารถมีชีวิตได้ เพราะว่าน้ำหนักน้อยเกินไป อวัยวะต่างๆยังไม่มีการพัฒนาการที่สมบูรณ์ การทำงานของระบบต่างๆของร่างกายยังไม่พร้อม
 
สาเหตุการแท้งบุตร โดยส่วนใหญ่เกิดจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ ไม่แข็งแรงพอ มีโครโมโซมที่ผิดปกติ หรือโรคทางอายุรกรรมของแม่ก็อาจจะเป็นผลทำให้เป็นปัจจัยเสริมให้แท้งบุตรได้ เช่น ความดันโลหิตสูง SLE โรคหัวใจ โรคเลือดบางชนิด
 
บางครั้งก็ไม่มีสาเหตุชัดเจน เช่น จากภาวะเครียด ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเป็นจากอุบัติเหตุ หกล้ม มีการกระทบกระเทือนบริเวณท้องน้อยก็อาจจะเป็นสาเหตุของการแท้งบุตรได้เช่นกัน
 
การป้องกัน ในคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวควรจะมีการเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ปรึกษาแพทย์ก่อนว่าโรคที่เป็นอยู่สามารถที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงขณะตั้งครรภ์ได้หรือไม่
 
หลีกเลี่ยงการเดินทาง การทำงานที่อาจจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่นไม่ควรนั่งมอเตอร์ไซค์ ไม่ปีนขึ้นในที่สูง ไม่ควรสวมรองเท้าส้นสูงมากๆ หาเวลาพักผ่อนระหว่างเวลาทำงาน
 
ในกรณีที่สาเหตุเป็นจากตัวอ่อนที่ไม่สมบูรณ์ ไม่มีวิธีแก้ไข เนื่องจากโครโมโซมเหล่านี้ถูกกำหนดมาตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีวิธีการรักษา
 
การแท้งคุกคาม คือการตั้งครรภ์ที่มีเลือดออกมาจากช่องคลอดซึ่ง ส่วนใหญ่ทารกจะสามารถมีชีตอยู่ต่อได้ ถ้าแม่พักผ่อนเยอะๆ หรือการให้ฮอร์โมนช่วยพยุงการตั้งครรภ์ก็สามารถยุติภาวะนี้ได้ ดังนั้นเมื่อตั้งครรภ์ละมีเลือดออกทางช่องคลอด ไม่ควรนิ่งนอนใจ รีบพบแพทย์ทันทีเพราะบางกรณีเราสามารถช่วยได้ ถ้าได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
 
 
2. ท้องนอกมดลูก
 
คือการที่ตัวอ่อนที่กำลังจะเติบโตเป็นทารก ไปฝังตัวอยู่บริเวณอื่นที่ไม่ใช่ในโพรงมดลูก ที่พบได้บ่อยคือไปฝังตัวที่บริเวณท่อนำไข่ ถือเป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ ตัวอ่อนจะไม่สามารถเจริญเติบโตได้เนื่องจากท่อนำไข่จะเป็นท่อเล็กๆ ไม่สามารถยืดขยายตัวเพื่อรองรับการตั้งครรภ์ได้เหมือนท้องในมดลูก เมื่อทารกโตได้ถึงระดับหนึ่งท่อนำไข่จะมีโอกาสแตก และทำให้ตกเลือดในช่องท้อง ถ้าเลือดออกมากอาจจะทำให้แม่ช็อค หมดสติ และเสียชีวิตได้
 
สาเหตุ พบได้ในคนที่เคยมีประวัติปีกมดลูกอักเสบเรื้อรัง มีพังผืดในช่องท้อง เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) มีการทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะมีผลทำให้ท่อนำไข่ผิดปกติ ผิดรูป เสียหน้าที่การทำงาน ตัวอ่อนที่ปฏิสนธิแล้วจะเดินทางเข้าไปสู่มดลูกได้ช้า จึงฝังตัวที่ท่อนำไข่
 
แม่ที่เคยมีประวัติท้องนอกมดลูกมาก่อน เคยทำการผ่าตัดแก้หมัน ทำเด็กหลอดแก้ว ก็ถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดท้องนอกมดลูกได้
 
การรักษา 90% ต้องทำการผ่าตัดเพื่อเอาทารกที่ฝังตัวผิดปกติออกมา และหยุดเลือดที่ออกมาในช่องท้อง บางคนก็จำเป็นต้องตัดท่อนำไข่ออก
 
การป้องกัน การฝากครรภ์ทันทีที่รู้ว่าท้องเป็นการป้องกันที่ดีสุด เราสามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ ประมาณ 6-7 สัปดาห์ หรือในแม่ที่เคยมีประวัติท้องนอกมดลูกมาก่อน เคยทำการผ่าตัดแก้หมัน ทำการรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธ์ ก็ควรต้งเฝ้าระวังและพบแพทย์โดยทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์
 
 
3. โรคโลหิตจาง
 
แม่ที่ตั้งครรภ์จะต้องมีการสร้างเม็ดเลือดแดงมากขึ้น เพื่อทำการขนส่งออกซิเจนไปเลี้ยงทารกและเลี้ยงตัวแม่เอง ถ้าการสร้างเม็ดเลือดไม่เพียงพอ สร้างได้น้อยก็จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง
 
สาเหตุ ที่พบได้บ่อยๆ คือโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก กับโรคโลหิตจางจากโรคเลือดธาลัสซีเมีย
 
การรักษา โรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก สามารถรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบ หรือได้รับจากการทานวิตามินที่มีธาตุเหล็กโดยตรง
 
ส่วนโรคโลหิตจางจากโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ ไม่มีการรักษาให้หายขาด ถ้าเป็นพาหะ หรือเป็นโรคที่ไม่รุนแรงไม่จำเป็นต้องรักษาพิเศษ ให้ดูแลการตั้งครรภ์ตามปกติ แต่ถ้าเป็นชนิดที่รุนแรง ทารกมักจะเสียชีวืตในครรภ์
 
การป้องกัน ตรวจร่างกายก่อนตั้งครรภ์ว่ามีภาวะโลหิตจาง หรือเป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือไม่ ถ้าเป็นโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก การรับประทานวิตามินหรืออาหารที่มีธาตุเหล็กก็สามารถช่วยได้ ส่วนโรคโลหิตจางจากโรคเลือดธาลัสซีเมีย ถ้าพบว่ามีความเสี่ยงที่ลูกในครรภ์จะเป็นโรคที่รุนแรงก็อาจจะต้องเจาะเลือดจากสายสะดือทารกในครรภ์เพื่อตรวจสอบว่าเป็นโรคหรือไม่ หรือในปัจจุบันมีวิธีการที่จะช่วยหลีกเลี่ยงทารกที่จะเกิดโรคได้โดยการทำเด็กหลอดแก้ว และคัดตัวอ่อนที่ปกติเพื่อนำมาใส่กลับเข้าโพรงมดลูกและตั้งครรภ์ทารกที่ปกติต่อไป

4. ภาวะรกเกาะต่ำ
 
เป็นภาวะความผิดปกติของการเกาะตัวของรก ซึ่งตามปกติแล้วมักจะเกาะตัวบริเวณตัวมดลูกหรือที่ยอดมดลูก แต่ในภาวะรกเกาะต่ำ รกจะมาเกาะตัวคลุมบริเวณปากมดลูก เป็นการขวางช่องทางคลอดทำให้เด็กเคลื่อนตัวลงมาไม่ได้ และถ้าใกล้คลอดมดลูกมีการบีบรัดตัว จะทำให้มีรอยแยกระหว่างเนื้อรกที่คลุมปากมดลูก ทำให้คุณแม่มีเลือดออกทางช่องคลอด ถ้าเลือดออกมากๆ อาจส่งผลทำให้เด็กและแม่เสียชีวิตได้ ดังนั้นภาวะรกเกาะต่ำจึงเป็นข้อบ่งชี้อันดับต้นๆ ในการผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง
 
สาเหตุ เจอได้ในแม่ที่มีลูกมาก เคยคลอดลูกหลายคน เคยขูดมดลูกมาก่อน
 
การรักษา แพทย์จะรอจนตั้งครรภ์ครบกำหนด และเด็กอยู่ในสภาวะที่สมบูรณ์พร้อม ก็จะทำการผ่าตัดคลอดบุตรออกมาทางหน้าท้อง เพื่อป้องกันการเสียเลือด แต่ถ้ากรณีที่ครรภ์ยังไม่ครบกำหนดแล้วมีเลือดออกมากก็จำเป็นที่จะต้องผ่าตัดคลอดก่อน เพื่อความปลอดภัยของแม่และลูก
 
การป้องกัน การฝากครรภ์ตั้งแต่แรกๆที่รู้ว่าตั้งครรภ์ ก็จะสามารถตรวจพบภาวะนี้และตรวจติดตาม ตามที่แพทย์นัด และผ่าตัดคลอดบุตรเมื่อทารกในครรภ์มีความพร้อม
 
ระมัดระวังไม่ให้มีการกระทบกระเทือนเพราะอาจทำให้มีเลือดออกทางช่องคลอดได้ เช่น ไม่ทำงานหนัก ไม่นั่งรถที่กระทบกระเทือน งดการมีเพศสัมพันธ์
 
 
5. ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
 
เป็นภาวะที่รกมีการหลุดลอกออกมาจากผนังโพรงมดลูก ก่อนที่ทารกจะคลอดซึ่งจะทำให้การขนส่งเลือด สารอาหารจากแม่ไปลูกหยุดลง และมีอันตรายกับทารกในครรภ์ทำให้เสียชีวิตได้ แต่บางครั้งถ้าหลุดลอกน้อยๆ ก็อาจจะไม่มีผลกับทารก
 
สาเหตุ ส่วนมากมักจะเกิดจากอุบัติเหตุ เช่น แรงกระแทกที่ท้องน้อย ลื่นหกล้ม นั่งรถแล้วกระเทือน ยกของหนักโดยใช้แรงจากหน้าท้องมากๆ หรือโรคอายุรกรรมบางอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษ
 
การรักษา ถ้าตรวจพบภาวะนี้ต้องให้คลอดทันที เพราะถ้าเป็นนานๆมักจะทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์ แต่บางกรณีถ้าเป็นในอายุครรภ์น้อยๆ พื้นที่ๆลอกตัวไม่มาก อาจจะนอนพักและติดตามอาการใกล้ชิดได้
 
การป้องกัน ระมัดระวังอุบัติเหตุในระหว่างที่ตั้งครรภ์ อย่าให้มีอะไรกระทบกระเทือนที่หน้าท้อง ในกรณีเป็นความดันสูง ก็ควรตรวจครรภ์พบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อคอยเฝ้าระวังการเกิดภาวะนี้


6.ภาวะครรภ์เป็นพิษ
 
เป็นภาวะที่จะมีอาการบวม ตรวจพบไข่ขาวหรือโปรตีนในปัสสาวะเจอไข่ขาวปัสสาวะ ถ้าอาการรุนแรงอาจจะเกิดการชักได้ ถ้าความดันสูงมากๆเส้นเลือดในสมองแตก ส่วนลูกในครรภ์ จะมีผลต่อการเจริญเติบโตทำให้ทารกโตช้า เด็กตัวเล็ก ถ้าอาการรุนแรงมาก เด็กอาจจะเสียชีวิตในครรภ์
 
สาเหตุ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่จะพบได้บ่อยๆ ในกรณีที่มีความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ น้ำหนักขึ้นเร็วๆ เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษในท้องก่อน ครรภ์แฝด แต่เมื่อคลอดบุตรแล้วความดันมักจะลดลงเป็นปกติได้ใน 6 สัปดาห์
 
การรักษา ส่วนมากในรายที่เป็นครรภ์เป็นพิษมักจะต้องยุติการตั้งครรภ์ เนื่องจากถ้าปล่อยไว้นานอาจจะมีอันตรายกับแม่คือเกิดอาการลมชัก เส้นเลือดสมองแตก เสียชีวิตได้ ในทารกก็เช่นกันอาจจะเสียชีวิตในครรภ์ถ้ารักษาไม่ทันท่วงที การคลอดทารกออกมาจะทำให้ความดันลดลง ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีการให้ยาป้องกันการชัก ยาลดความดันให้แม่ด้วย
 
การป้องกัน ตรวจครรภ์แต่เนิ่นๆ ยิ่งในรายที่มีความเสี่ยงเช่น อายุมาก น้ำหนักมาก มีโรคความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้ว เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษมาก่อน ปัจจุบันมีการตรวจเลือดเพื่อช่วยหาความเสี่ยง และมีการให้ยาเพื่อช่วยลดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ในแม่ที่เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษในท้องที่แล้ว
 
 
7. โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
 
ในแม่ที่ตั้งครรภ์จะมีภาวะดื้อต่ออินสุลินมากขึ้นกว่าปกติ ทำให้น้ำตาลที่แม่ได้รับมาจากการทานอาหารไม่สามารถถูกนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีปริมาณน้ำตาลในร่างกายที่สูงอยู่ตลอดเวลาหลังจากทานอาหาร ซึ่งคุณแม่ที่คุมน้ำตาลได้ไม่ดีอาจชักหรือช็อก คลอดก่อนกำหนด และทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้ ถ้าเป็นตั้งแต่ตั้งครรภ์อ่อนๆ อาจจะส่งผลให้ทารกมีรวามพิการได้
 
สาเหตุ มักพบในแม่ที่มีความเสี่ยงเช่น อายุมาก หรืออ้วนมาก มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน เคยมีประวัติเป็นเบาหวานในครรภ์ที่แล้ว
 
การรักษา เมื่อพบว่าเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ควรจะรีบรักษา เบื้องต้นจะใช้การควบคุมอาหาร ถ้าเป็นมากอาจจะต้องใช้ยาฉีดอินสุลินเพื่อลดระดับน้ำตาล ระหว่างที่ท้องก็ต้องตรวจระดับน้ำตาลอย่างสม่ำเสมอ
 
การป้องกัน ในแม่ที่มีความเสี่ยงเมื่อฝากครรภ์จะมีการตรวจเลือดเพื่อหาระดับน้ำตาลในเลือด มักจะทำในช่วง 24-28 สัปดาห์ แต่ถ้ารายที่มีความเสี่ยงมากอาจจะเช็คเลยเมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก แล้วตรวจอีกครั้งตอน 24-28 สัปดาห์
 
ควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตลดลง ลดข้าวขาว น้ำตาล ของหวาน กาแฟ น้ำปั่น น้ำอัดลม