เนื้องอกมดลูก (MYOMA UTERI)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri, uterine fibroid) เป็นเนื้องอกที่พบบ่อยของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี ส่วนมากจะพบในสตรีที่อยู่ในช่วงอายุ 40 - 50 ปี เป็นเนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูกที่ไม่ใช่เนื้อมะเร็ง เจอได้ประมาณ 20-50% ของเนื้องอกของระบบสืบพันธุ์สตรี มีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นเนื้อร้ายเพียงร้อยละ 0.25 – 1.0
 
 
สาเหตุของเนื้องอกมดลูก
 
สาเหตุของเนื้องอกมดลูก ยังไม่ทราบแน่นอนแต่เชื่อว่า เกิดมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กล้ามเนื้อของมดลูกขึ้นมาเอง และอาจจะมีความสัมพันธ์กับเรื่องพันธุกรรม เนื่องจากมีการสืบทอดในครอบครัวค่อนข้างบ่อย และพบว่าฮอร์โมนเพศรังไข่ มีส่วนทำให้เนื้องอกนี้มีขนาดโตขึ้น เพราะจะพบเนื้องอกมีขนาดโตขึ้นในช่วงสัยเจริญพันธ์ และมักจะมีขนาดคงที่หรือเล็กลงหลังวัยหมดประจำเดือน
 
 
ชนิดของเนื้องอกมดลูก แบ่งเป็น
 
1.เนื้องอกมดลูกที่ขึ้นอยู่ที่ผิวนอกของผนังมดลูก ชนิดนี้มักไม่ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าก้อนไม่ได้มีขนาดโตมาก เนื่องจากอยู่ด้านนอกจึงไม่มีปัญหากับเรื่องการฝังตัวของตัวอ่อนเพื่อการมีลูก ไม่ค่อยมีผลเรื่องเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ แต่จะมีปัญหากรณีถ้าก้อนมีขนาดโตและเบียดอวัยวะอื่น เช่นกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยเป็นต้น
 
2.เนื้องอกมดลูกที่ขึ้นอยู่ในเนื้อมดลูก ก้อนเนื้องอกส่วนใหญ่ จะฝังอยู่ในผนังมดลูก ชนิดนี้มักทำให้เกิดปัญหามีลูกยาก ประจำเดือนมามากผิดปกติ ปวดท้องน้อยโดยเฉพาะเวลามีประจำเดือน ขนาดและตำแหน่งของตัวเนื้องอก จะเป็นตัวบ่งชี้ความรุนแรงของโรค
 
3.เนื้องอกมดลูกที่ขึ้นอยู่ในโพรงมดลูก ตัวก้อนเนื้องงอกส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดเจริญเติบโตยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก ชนิดนี้จะมีปัญหากับการมีบุตรยากค่อนข้างมาก มีโอกาสแท้งบุตรได้ง่าย ประจำเดือนมากกว่าปกติ
 
 
อาการของเนื้องอกมดลูก
 
1. ประจำเดือนมาผิดปกติ
- ประจำเดือนมามากกว่า 7 วัน หรือมีปริมาณมากกว่าปกติที่เคยเป็น
- มาไม่แน่นอน มากะปริดกะปรอย มา 2-3 ครั้งต่อเดือน
- มีภาวะเลือดจางเนื่องจากการเสียเลือดมาก
 
2. อาการปวด
- ปวดท้องน้อย มักเป็นลักษณะปวดถ่วง ๆ ตื้อ ๆ แต่โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูก มักไม่ทำให้เกิดอาการปวด ยกเว้นเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกภายในก้อน หรือมีการอักเสบของก้อนเนื้องอก เป็นต้น
 
3. อาการแทรกซ้อนจากการกดเบียดอวัยวะเนื่องจากมดลูกที่โตขึ้น
- ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก
- ท้องผูก ปวดเวลาถ่าย อุจจาระลำบาก
 
4. มีบุตรยาก และแท้งบุตรง่าย เนื่องจากเนื้องอกที่โตขึ้น จะทำให้มีผลต่การฝังตัวของตัวอ่อน ตัวอ่อนฝังตัวลำบาก หรือเมื่อฝังตัว มีการเจริญเติบโตถึงจุดหนึ่งก็จะแท้งได้ง่ายกว่าปกติ บางคนก็จะทำให้คลอดก่อนกำหนดได้
 
 
การตรวจวินิจฉัย
  • - จากประวัติของผู้ป่วย เช่น คลำก้อนได้ที่ท้องน้อย ปวดท้อง ประจำเดือนมามาก ปัสสาวะบ่อย
  • - การตรวจร่างกายและตรวจภายใน
  • - การตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ เพื่อช่วยยืนยันการวินิจฉัย และแยกออกจากภาวะอื่นเช่น ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกของอวัยวะอื่น
  • - การส่องกล้องดูในโพรงมดลูก จะช่วยวินิจฉัยเนื้องอกที่โตขึ้นอยู่ภายในโพรงมดลูกได้ชัดเจน และอาจจะทำการตัดออกเพื่อรักษาได้ในครั้งเดียวกัน
     
การรักษาเนื้องอกมดลูก

ขึ้นอยู่กับอาการ ขนาดของก้อนเนื้องอก และตำแหน่ง อายุ ความต้องการมีลูก
 
ข้อบ่งชี้ในการรักษา

1.ประจำเดือนมามาก มีเลือดออกทางช่องคลอดไม่สม่ำเสมอ มีภาวะโลหิตจากจากการเสียเลือดมาก ปวดท้องเวลามีประจำเดือน

2.กรณีไม่สามารถแยกเนื้องอกมดลูกออกจากภาวะอื่นๆ เช่น เนื้องอกรังไข่ เนื้องอกที่อวัยวะอื่นๆ

3.มีปัญหาเรื่องมีลูกยาก แท้งบุตรบ่อยๆ

4.มีอาการจากเนื้องอกมดลูกที่โต ไปกดเบียดอวัยวะอื่นๆ เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก ปวดเวลาถ่าย
 
การใช้ยาฮอร์โมน
  • - GnRH เป็นยากลุ่มที่ใช้กดฮอร์โมนที่ต่อมใต้สมอง ทำให้ลดการหลั่งฮอร์โมนเพศจากรังไข่ สามารถลดปริมาตรของก้อนเนื้องอกลงได้ แต่ไม่หายขาด เมื่อหยุดยาก้อนเนื้องอกก็จะโตกลับมาเท่าเดิม มักจะใช้ในกรณีลดขนาดก้อนเนื้องอกเพื่อช่วยให้การผ่าตัดง่ายขึ้น
  • - ยาคุมกำเนิดชนิดกินหรือฉีด มักใช้ในกรณีที่ต้องการลดปริมาณเลือดประจำเดือนที่ออกมาก แต่ยังไม่ต้องการผ่าตัดออก ยาคุมจะลดเลือดลง หรือทำให้ไม่มีประจำเดือนมาเลย

การผ่าตัด มีหลายวิธี ขึ้นกับอาการ ขนาดก้อน ความต้องการมีลูก

1.การตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกออกเหลือตัวมดลูกไว้ ในกรณีที่ยังต้องการมีบุตร แต่กรณีนี้หลังจากที่ตัดเฉพาะตัวเนื้องอกออก จะมีโอกาสที่จะมีเนื้องอกมดลูกเกิดขึ้นได้ใหม่ ส่วนวิธีการผ่าตัดสามารถทำได้หลายแบบ เช่น ผ่าตัดเปิดหน้าท้องกรณีที่ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ หรือไม่มั่นใจว่าจะเป็นเนื้อมะเร็ง ผ่าตัดผ่านกล้องเข้าในช่องท้อง หรือใช้ผ่าตัดผ่านกล้องเข้าทางโพรงมดลูกในกรณีที่ก้อนเนื้องอกส่วนใหญ่อยู่ในโพรงมดลูก
 
2.ใส่สายพลาสติกเข้าไปทางหลอดเลือดที่ขาหนีบจนถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนเนื้องอก แล้วฉีดสารบางอย่างไปอุดหลอดเลือด ทำให้เนื้องอกขาดเลือดไปเลี้ยง ก้อนเนื้องอกก็จะฝ่อและยุบตัวลง ได้ผลดีในกรณีที่มีก้อนเนื้องอกมีขนาดไม่โตมาก มีผลข้างเคียงบ้าง คือ อาจปวดท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน มีไข้ขึ้น หลังทำ 2-3 ช.ม.

ในกรณีรักษาภาวะมีบุตรยังไม่มีผลการศึกษาใด ๆ เกี่ยวกับการใช้วิธีนี้ ดังนั้นจึงไม่แนะนำทำกรณีที่จะรักษาภาวะมีลูกยาก
 
 
3. การตัดมดลูก เป็นการตัดตัวเนื้องอกออกพร้อมกับเอาตัวมดลูกออกไปด้วยทีเดียว เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำในอนาคต หรือกรณีที่ไม่ต้องการมีบุตรแล้ว
 
หลังจากตัดมดลูกแล้วจะไม่มีประจำเดือน และไม่สามารถมีลูกได้ แต่ไม่มีผลเรื่องของการขาดฮอร์โมน ถ้าไม่ได้ตัดรังไข่ออกด้วย
 
 
เมื่อเป็นแล้วจะมีโอกาสตั้งครรภ์หรือไม่
 
โดยทั่วไปสตรีที่มีเนื้องอดมดลูก จะไม่มีปัญหาอะไร แต่พบว่าร้อยละ 25-35 จะมีผลต่อการตั้งครรภ์และการคลอด และเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก ถ้าตั้งครรภ์อาจเกิดการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดได้ เนื่องจากการฝังตัวของตัวอ่อนที่เยื่อบุโพรงมดลูกจะไม่ดี และก้อนเนื้องอกจะทำให้เกิดการบีบตัวอย่างผิดปกติของมดลูกทำให้มีโอกาสแท้งบุตรได้ง่ายขึ้น ในกรณีตั้งครรภ์แล้วทารกในครรภ์อาจอยู่ในตำแหน่งหรือท่าผิดปกติ เนื้องอกมดลูกบดบังช่องทางคลอด ทำให้คลอดยาก หลังคลอดอาจมีการตกเลือดได้เนื่องจากการบีบตัวของมดลูกไม่ดี