เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
คู่สมรสที่อยากมีลูกบางคู่อาจจะตรวจเจอกับภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการมีลูกยากในฝ่ายหญิงลำดับต้นๆ เลยทีเดียว ดังนั้นควรจะต้องมาทำความรู้จักกับภาวะนี้กันสักหน่อย

 
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่คืออะไร

เยื่อบุโพรงมดลูกขึ้นผิดที่ (Endometriosis) หมายถึงการที่มีเซลลของเยื่อบุโพรงมดลูกไปเจริญขึ้นที่บริเวณอื่นนอกจากในโพรงมดลูกที่มันควรอยู่ (พบได้ 3-18 % ในสตรีทั่วไป) และเนื่องจากหน้าที่ของเยื่อบุโพรงมดลูกคือการสร้างประจำเดือน ดังนั้นเมื่อเยื่อบุเหล่านี้ไปเจริญเติบโตอยู่ที่อื่นก็จะยังคงทำหน้าที่เช่นเดิม จึงทำให้มีเลือดสีแดงดำข้นคล้ายช็อกโกแลตขังอยู่ตามอวัยวะที่มันไปฝังตัวอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการผิดปกติต่างๆที่พบได้ในผู้ป่วยโรคนี้
 
การเจริญผิดที่นี้แบ่งเป็น

1. อยู่ในเนื้อมดลูก ( Adenomyosis ) หมายถึง เยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญแทรกเข้าไปอยู่ในกล้ามเนื้อมดลูกแทนที่จะอยู่แต่เพียงผิวด้านในของมดลูก การเจริญแทรกนี้ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ อยู่เป็นกลุ่มก้อนเฉพาะที่ หรือกระจายไปทั่วเนื้อมดลูกทั้งหมด ทำให้เนื้อมดลูกโตขึ้นเฉพาะที่หรือโตขึ้นทั้งก้อน เวลาตรวจจะพบว่ามดลูกโตขึ้นคล้ายกับโรคเนื้องอกมดลูก และมักจะมีอาการปวดร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงที่มีประจำเดือน

2. อยู่นอกมดลูก (Endometriosis externa ) คือ เยื่อบุโพรงมดลูกกระจายไปขึ้นฝังตัวอยู่ที่บริเวณอวัยวะอื่นนอกจากในเนื้อมดลูก เช่น ที่รังไข่ ท่อนำไข่ ผนังช่องท้อง ลำไส้ บางครั้งก็พบว่ามีขึ้นที่ตับ กระบังลม ปอด หรืออาจจะพบที่ผิวหนังก็ได้
 
 
สาเหตุของการเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

จากการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบัน เชื่อว่าเกิดจากตอนที่มีประจำเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอกออกมาพร้อมกับเลือดไหลย้อนกลับไปทางท่อนำไข่ เข้าไปในช่องท้อง(เพราะปลายท่อนำไข่เปิดอยู่) ซึ่งจะเกิดขึ้นกับสตรีที่มีประจำเดือนทุกคน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เพราะปกติเนื้อเยื่อของร่างกายถ้าอยู่ผิดที่ จะถูกเม็ดเลือดขาวมาทำลายทิ้งไป แต่ในสตรีที่เป็นโรคนี้พบว่าภูมิต้านทานที่จะต้านเซลล์เหล่านี้ลดลงหรือไม่ทำงาน
 
นอกจากนี้ ผู้หญิงที่มีระยะห่างระหว่างรอบเดือนที่สั้น หรือระยะเวลาที่มีประจำเดือนในแต่ละรอบยาวนาน ก็จะมีโอกาสเกิดการไหลย้อนของประจำเดือนได้มากกว่า จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าที่จะเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
 
 
อาการของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

1. อาการปวด ได้แก่ การปวดประจำเดือน ปวดท้องน้อยเรื้อรัง ปวดเวลาเบ่งถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ ปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งลักษณะอาการปวดนั้นจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทุกเดือน และอาการปวดมักจะเป็นในช่วงที่มีประจำเดือน

2. อาการเลือดประจำเดือนผิดปกติ คือ ประจำเดือนมามาก ไม่สม่ำเสมอ มานาน มากะปริดกะปรอย มักจะพบในกรณีของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ที่แทรกในเนื้อมดลูก ทำให้มดลูกมีขนาดโตกว่าปกติ มีพื้นที่ของโพรงมดลูกมาก การหดรัดตัวของมดลูกเพื่อหยุดเลือดตอนมีประจำเดือนไม่ดีคล้ายกับกรณีที่เป็นเนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก

3. มีบุตรยาก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของภาวะมีลูกยาก (20-35 %) เป็นเพราะเวลามีเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไปเกาะ จะมีสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งมีผลเสียต่อคุณภาพของไข่ การปฏิสนธิ ตัวอ่อนที่กำลังจะฝังตัว และยังทำให้เกิดพังผืดเป็นเส้นใยเกาะรัดทำให้ท่อนำไข่เสียหาย ตีบตัน ผิดรูปได้ และกรณีที่เนื้อเยื่อนี้แทรกมดลูกจะทำให้มดลูกโต และไม่เหมาะสมกับตัวอ่อนเวลาฝังตัว

นอกจากนี้ยังทำให้เกิดปัญหามีลูกยากทางอ้อม คืออาการเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ทำให้การมีเพศสัมพันธ์น้อยลง โอกาสตั้งครรภ์จึงลดลง

4. ถุงน้ำรังไข่หรือเนื้องอกมดลูก เกิดจากเลือดที่ไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้องรวมตัวกันเป็นก้อนซิสท์ขึ้นมา เนื่องจากเป็นถุงน้ำที่เกิดจากการขังตัวของเลือดเก่า จึงเป็นสีน้ำตาลข้นๆ เหมือนช็อกโกแลต เลยเรียกกันว่าช็อกโกแลตซิสท์ (Chocolate Cyst)
ถ้าเยื่อบุโพรงมดลูกนี้แทรกเข้าไปในเนื้อมดลูกก็จะทำให้มดลูกโตขึ้น เป็นเนื้องอกของมดลูกได้
 
 
การวินิจฉัยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
 
 
การวินิจฉัยเบื้องต้น คือ อาการที่คนไข้มาเล่าให้แพทย์ฟัง ร่วมกับการตรวจภายใน พบว่ามีอาการเจ็บขณะที่ตรวจ หรือลักษณะเหมือนมีพังผืดในช่องท้อง หรืออาจจะคลำได้ก้อน ถุงน้ำเป็นต้น
 
เพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำมากขึ้น ก็จะทำการอัลตราซาวด์ดูว่ามีถุงน้ำ หรือมีลักษณะมดลูกที่โตขึ้นหรือไม่ และการตรวจวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด คือ การผ่าตัดส่องกล้องเข้าไปในช่องท้องและตัดเนื้อเยื่อบริเวณที่สงสัย เพื่อเอามาพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา
 
 
การรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

สามารถรักษาได้โดยทางยา และการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการรักษาว่าจะแก้ไขปัญหาอะไรให้คนไข้ เรื่องปวด เรื่องมีบุตรยาก หรือเรื่องถุงน้ำรังไข่ (chocolate cyst)
 
 
การรักษาด้วยยา
 
- ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) จุดประสงค์เพื่อช่วยทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อลงทั้งในมดลูกและนอกมดลูก มีทั้งแบบยาฉีดและยากิน ยาฉีดทำให้อาการลดลงได้ แต่อาจมีปัญหาเรื่องประจำเดือนไม่ปกติ หรือทำให้ไม่มีประจำเดือน ยารับประทานจะมีผลข้างเคียงน้อยกว่า
 
- Danazol ทำให้เยื่อบุมดลูกฝ่อลง อาการดีขึ้น แต่มีผลข้างเคียงค่อนข้างมากคือประจำเดือนมาผิดปกติ ไม่มีประจำเดือน และที่สำคัญคือทำให้มีขนขึ้นผิดปกติ หน้ามัน มีสิว มีเสียงใหญ่แบบผู้ชาย ไขมันในเลือดผิดปกติและอาจเป็นอันตรายต่อตับ ปัจจุบันไม่นิยมใช้ยานี้แล้ว เนื่องจากมียาอื่นที่มีประสิทธิภาพและผลข้างเคียงน้อยกว่า
 
- Gonadotropin-releasing hormone เป็นยาลดฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่มาออกฤทธิ์กระตุ้นรังไข่ ทำให้รังไข่ไม่มีผลิตฮอร์โมน เกิดภาวะและอาการเหมือนวัยหมดประจำเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อตัวลงเพราะไม่มีฮอร์โมนมากระตุ้น ผลค้างเคียงจะเหมือนกับคนหมดประจำเดือน คือ หงุดหงิด ร้อนวูบวาบ ช่องคลอดแห้ง กระดูกบางลง เป็นต้น ยานี้ออกฤทธิ์ได้ดีมาก แต่ห้ามใช้เกินกว่า 6 เดือนเพราะจะมีผลกดการสร้างกระดูกได้มาก
 

การผ่าตัด
 
จุดมุ่งหมาย เพื่อ ตัดรอยโรคของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ออกให้หมดหรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำให้อวัยวะต่างๆในอุ้งเชิงกรานกลับมาสู่สภาพเป็นปกติ ซึ่งมักจะใช้วิธีการผ่าตัดผ่านทางหน้าท้องโดยใช้กล้อง เนื่องจากแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว และที่สำคัญคือโอกาสเกิดพังผืดหลังผ่าตัดน้อยกว่า การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ซึ่งมีความสำคัญในรายที่อยากมีลูก
 
หากมีรอยโรคของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่และผู้ป่วยมีภาวะมีบุตรยากร่วมด้วย การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดบางครั้งอาจไม่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ ในกรณีนี้ควรรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การฉีดน้ำเชื้อ หรือการทำเด็กหลอดแก้ว
 
การผ่าตัดเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ออกนั้นทำได้เฉพาะกับรอยโรคที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ในความเป็นจริงยังมีส่วนที่ฝังตัวไปในเนื้อเยื่อชั้นลึกซึ่งตามองไม่เห็น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะเอาโรคออกไม่หมด ถ้าไม่ได้รับการรักษาต่อหลังผ่าตัด โอกาสที่โรคจะกลับเป็นซ้ำมีได้ร้อยละ 5 ถึง 20 ในปีแรก หรือร้อยละ 40 ในเวลา 5 ปี
 
ดังนั้นผู้ป่วยที่ยังไม่ต้องการมีลูก จึงควรใช้ยาฮอร์โมนรักษาต่อเนื่อง ส่วนในรายที่อยากมีลูกนั้น ควรจะรีบปล่อยให้มีลูก หรือใช้เทคโนโลยีช่วยให้มีลูก ในช่วง 1 ปีแรกหลังการผ่าตัด
 
กรณีที่รอยโรคค่อนข้างรุนแรงและผู้ป่วยไม่อยากมีลูกแล้ว การผ่าตัดเอามดลูกและรังไข่ออกทั้งหมดจะช่วยให้หายจากโรคได้ แต่ข้อเสีย คือ ต้องให้ฮอร์โมนทดแทนเพื่อช่วยลดอาการวัยทอง
 
 
สรุป

โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สามารถพบได้บ่อยในสตรี จะมีอาการแตกต่างกันไป เช่น ปวดท้องน้อย ปวดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ และยังเป็นสาเหตุสำคัญในคู่สมรสที่มีลูกยาก การรักษามีทั้งการใช้ยาและผ่าตัด แล้วแต่จุดประสงค์ในการรักษา เพื่อลดอาการปวดหรือเพื่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก