การผ่าตัดแก้หมัน
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
          การทำหมันคือการคุมกำเนิดแบบถาวร โดยทำการผ่าตัดเพื่อทำให้ปีกมดลูกหรือท่อนำไข่ทั้ง 2 ข้าง ไม่สามารถใช้งานได้ อาจจะโดยการทำให้ตีบตัน หรือแยกขาดออกจากกัน เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย แต่มีคู่สมรสบางคู่ ด้วยเหตุจำเป็นบางอย่าง เช่นอยากมีลูกเพิ่ม หรือมีครอบครัวใหม่ จึงอยากจะแก้หมัน เพื่อให้สามารถมีบุตรใหม่ได้อีกครั้ง
 
โดยทั่วไปสตรีที่ทำหมันแล้ว และอยากจะมีบุตรใหม่จะมีวิธีการได้ 2 วิธีคือ
 
  •       - ทำการผ่าตัดแก้หมัน
  •       - ทำเด็กหลอดแก้ว
          แต่ก่อนที่จะทำการผ่าตัดแก้หมัน ก็จะต้องมีการประเมินคู่สมรสก่อน โดยการตรวจร่างกาย ความพร้อมสมบูรณ์ ฝ่ายชายต้องตรวจดูคุณภาพน้ำเชื้ออสุจิ เพราะถ้าน้ำเชื้อไม่ดี การผ่าตัดแก้หมัน ถึงแม้จะสำเร็จก็จะไม่ได้ประโยชน์ คือพอผ่าตัดท่อกลับมาใช้งานได้ปกติ แต่น้ำเชื้ออ่อนแอ ก็ไม่สามารถจะมีบุตรได้ ดังนั้น ในกรณีน้ำเชื้อไม่ดี ก็จะแนะนำทำเด็กหลอดแก้วเลยดีกว่า
 
          ส่วนฝ่ายหญิงจะต้องมีการประเมินมากกว่า เช่นตรวจดูลักษณะของท่อนำไข่ว่าเป็นอย่างไร ความยาวของท่อนำไข่ มีพังผืดเกาะรัดท่ออยู่หรือไม่ซึ่งจะมีผลต่อความสำเร็จในการต่อหมัน

          วิธีที่ใช้ในการตรวจที่นิยมก็คือการส่องกล้องทางหน้าท้อง เพื่อเข้าไปดูสภาพท่อนำไข่ก่อน จากนั้นอาจจะทำการต่อหมันทันที หรือจะนัดอีกครั้งเพื่อทำการแก้หมันในวันหลัง
 
          บางครั้งอาจจะใช้วิธีการฉีดสีดูท่อนำไข่ โดยไม่ต้องส่องกล้อง แต่วิธีนี้อาจจะดูรายละเอียดได้น้อยกว่า คือจะดูได้แค่ท่อนำไข่ส่วนต้นว่ามีความยาวมากน้อยแค่ไหน
 
          บางครั้งผู้ป่วยอาจจะไม่ทำการตรวจก่อนก็ได้ แต่ทำการผ่าตัดเลย ถ้าสามารถแก้หมันได้ก็ทำเลย แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ปิดหน้าท้องกลับเหมือนเดิม แล้วไปทำเด็กหลอดแก้วแทน
 
วิธีการต่อหมัน
 
          โดยทั่วไปจะใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการทำ เนื่องจากขนาดท่อนำไข่มีขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าจะไม่ชัดเจน ขั้นตอนการทำก็จะตัดต่อท่อนำไข่ทีละข้าง ตัดส่วนที่เป็นปลายตัน และนำมาเย็บต่อกันทีละข้าง จากนั้นก็จะมีการฉีดสีเพื่อทดสอบดูอีกครั้ง หลังจากต่อเสร็จแล้วว่าสีที่ฉีดสามารถเดินทางผ่านตัวมดลูก ผ่านจุดที่ทำการต่อหมัน และผ่านไปถึงปลายท่อนำไข่ได้
 

อัตราความสำเร็จ
 
          การต่อหมันจะมีอัตราความสำเร็จ (หมายถึงหลังต่อแล้ว ท่อนำไข่ใช้งานได้ดี ทดสอบโดยการฉีดสีดูท่อนำไข่ หลังจากผ่าตัดแก้หมันไปแล้ว 2-3 เดือน) อยู่ที่ประมาณ 80 % ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
 
          ขนาดความยาวของท่อหลังต่อ ถ้าความยาวท่อหลังต่อน้อยกว่า 4 ซม. ผลสำเร็จจะไม่ค่อยดี
 
          ตำแหน่งของท่อที่ทำการตัดต่อ ถ้าส่วนที่ทำการตัดต่อ เป็นส่วนต้น หรือปลายมากเกินไป ผลจะไม่ค่อยดี ถ้าเป็นส่วนกลางท่อ ขนาดท่อที่นำมาต่อกันมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางพอๆกัน อัตราสำเร็จก็จะดีกว่า
 
ปัจจัยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์
 
  •       - อายุของหญิงที่ต่อหมัน อายุยิ่งมาก โอกาสท้องก็ลดลง
  •       - ลักษณะของอวัยวะภายในของสตรีที่ทำการต่อหมัน เช่นมี เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ พังผืดในช่องท้อง รังไข่ทำงานน้อยลง เหล่านี้จะทำให้โอกาสตั้งครรภ์น้อยลง
  •       - คุณภาพของน้ำเชื้อฝ่ายชาย
  •       - ระยะเวลาที่ทำหมันมายิ่งทำมานานโอกาสตั้งครรภ์ก็ลดลง
  •       - วิธีที่ใช้ในการทำหมัน เช่นถ้าเป็นการทำหมันโดยใช้ยาง หรือ clip รัดท่อนำไข่ ท่อจะเสียหายน้อย โอกาสแก้หมันแล้วท้องจะมากกว่า แต่โดยปกติการทำหมันทั่วไปมักใช้วิธีผูกแล้วตัดท่อนำไข่บางส่วนออกให้แยกขาดจากกัน หรือบางครั้งใช้ไฟฟ้าจี้ทำลายท่อบางส่วน ซึ่งแบบนี้จะทำลายท่อนำไข่มาก โอกาสท้องหลังต่อหมันก็จะลดลง
  •       - เครื่องมือที่ทำ และความชำนาญของแพทย์ที่ทำ
  •       - สุขภาพของหญิงที่ต่อหมัน เช่นถ้ามีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน โรคทางอายุรกรรม โอกาสท้องก็จะน้อยกว่า