ขั้นตอนการรักษา ภาวะมีบุตรยาก
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร
 
1. พบแพทย์ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายโดยละเอียด ประวัติการเจ็บป่วยประวัติของครอบครัว ลักษณะการมีประจำเดือน ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ รวมทั้งการตรวจร่างกาย ตรวจภายในเพื่อดูว่าสุขภาพร่างกายของท่านปกติดีหรือไม่

2. ตรวจเลือด ดูโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย การติดเชื้อที่ถ่ายทอดได้จากแม่สู่ลูก และการตรวจฮอร์โมนเพื่อตรวจสภาพการทำงานของรังไข่ และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง

3. ตรวจเพิ่มเติม การตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยได้แก่ การตรวจอัลตราซาวน์อวัยวะสืบพันธุ์ การตรวจ เลือดดูฮอร์โมนเกี่ยวข้องกับการตกไข่ การฉีดสีเอกซเรย์ตรวจโพรงมดลูกและท่อนำไข่ การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกและการส่องกล้องตรวจอุ้งเชิงกราน

4. นำผลที่ตรวจได้มาประมวลและ สรุปปัญหา สาเหตุของการมีบุตรยาก

5. รักษาตามสาเหตุที่พบ ได้แก่ การกระตุ้นการตกไข่ การแก้ไขฮอร์โมนผิดปกติ การใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยการมีบุตร เช่น ฉีดน้ำเชื้อผสมเทียม การทำเด็กหลอดแก้ว การผ่าตัดรักษาท่อนำไข่ที่ตันโดย microsurgery การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ ส่องกล้องผ่าตัดในโพรงมดลูก ผ่าตัดส่องกล้องในอุ้งเชิงกราน ทำลายเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

6. ฝ่ายชายการตรวจที่สำคัญ คือ การตรวจคุณภาพความสมบูรณ์ของเชื้ออสุจิ แนะนำให้ตรวจหลังจากงดการหลั่งน้ำเชื้อ 2 – 4 วัน ถ้าพบว่าผิดปกติ แนะนำตรวจซ้ำอีกครั้ง ก่อนที่จะมีการรักษาขั้นตอนต่อไป
 
 
หลักการรักษาภาวะมีบุตรยาก เมื่อตรวจ/รักษาที่สาเหตุแล้ว

1. การรักษาโดยอาศัยกลไกของธรรมชาติ


นับระยะวันไข่ตก กำหนดวันมีเพศสัมพันธ์ โดยมีเพศสัมพันธ์กันบ่อยขึ้นในวันที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่ การกำหนดวันตกไข่ทำได้โดย

- กะประมาณด้วยตัวเองวันที่ 14-15 ของรอบประจำเดือน สำหรับผู้ที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก 27-29 วัน
- ให้แพทย์ตรวจโดยการทำ อัลตราซาวนด์ และ/หรือการตรวจฮอร์โมนจากการเจาะเลือด หาช่วงเวลาของการตกไข่
- ตรวจการตกไข่โดยใช้เครื่องมือตรวจทางปัสสาวะ หาช่วงที่มีการตกไข่ และมีเพศสัมพันธ์เอง

 
2. การรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เมื่อวิธีแรกไม่ได้ผล มีวิธีรักษาต่างๆได้หลายวิธี ดังนี้คือ

2.1
การฉีดเชื้ออสุจิ ( Intra Uterine Insemination หรือ IUI )

คือ วิธีการคัดเชื้ออสุจิที่แข็งแรง สมบูรณ์ ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตก ผ่านทางปากมดลูกเข้าสู่โพรงมดลูก เป็นการเพิ่มโอกาสให้อสุจิพบกับไข่มากขึ้น ความสำเร็จในการตั้งครรภ์แต่ละครั้งมากกว่าวิธีธรรมชาติ 10-15% เหมาะที่จะใช้ในกรณีที่

- มีเชื้ออสุจิไม่แข็งแรง หรือมีปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ไม่มาก
- ไม่มีมูกที่ปากมดลูก หรือมูกเหนียวข้น
- ท่อนำไข่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ตีบตัน
- ภาวะมีบุตรยากที่ไม่ทราบสาเหตุ
- อายุค่อนข้างน้อย

2.2
การทำเด็กหลอดแก้ว ( InVitro Fertilization and Embryo Retransfer หรือ IVF& ET )

เป็นการเก็บเซลล์สืบพันธ์ทั้งฝ่ายหญิง และฝ่ายชาย คือไข่และอสุจิ มาทำให้เกิดการปฏิสนธินอกร่างกายจนแบ่งเซลล์เป็นตัวอ่อน และทำการเลี้ยงตัวอ่อนภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมในห้องปฏิบัติการ แล้วจึงใส่ตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก

ความสำเร็จในการตั้งครรภ์แต่ละครั้งประมาณ 30-35 % แล้วแต่สภาพสาเหตุและการเลี้ยงตัวอ่อน การทำเด็กหลอดแก้วเหมาะที่จะใช้ในกรณีที่

- ท่อนำไข่อุดตันทั้ง 2 ข้าง
- มีพังผืดในอุ้งเชิงกราน ค่อนข้างมาก
- เชื้ออสุจิไม่แข็งแรง
- ทำ IUI มา 3-4 รอบแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

2.3 การทำอิ๊กซี่ ( IntraCytoplasmic Sperm Injection หรือ ICSI )

เป็นวิธีการคัดเชื้ออสุจิที่แข็งแรง สมบูรณ์เพียงตัวเดียว ฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง จะใช้ในกรณีที่เด็กหลอดแก้วธรรมดาไม่ได้ผล รักษาในกรณีที่

- เชื้ออสุจิผิดปกติอย่างมาก
- ไข่และอสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกันเองได้